เลือกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

Choose-the-best way

เลือกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

             หลายคนได้เรียนรู้วิธีคิด แนวทาง ข้อมูลต่างๆจนชัดเจน และตัดสินใจพร้อมที่จะทำธุรกิจเครือข่ายแล้ว แต่ยังลังเลว่าจะตัดสินใจทำธุรกิจนี้กับบริษัทไหนกันดีแน่ ? แล้วบริษัทไหนที่ดีจริงๆล่ะ ? บางคนทำไปแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าใช่รึป่าว ? เป็นคำถามค้างคาใจของนักธุรกิจเครือข่ายทั้งป้ายแดงยันป้ายดำ(ผุ) มานานแล้วครับ

          ก่อนที่จะทำธุรกิจเครือข่าย ผมแนะนำว่าคุณควรจะตั้งโจทย์ก่อนครับ ( ตามสมการ X=Y ) นั่นคือ คุณต้องดูก่อนว่าอยากได้อะไร? เช่น อยากมีรายได้แบบ Passive เดือนละ 50,000 หรือ 100,000 หรือ 1 ล้านบาท แล้วสามารถเกษียณได้อย่างไร้กังวล คุณต้องการแบบไหนกันแน่? เพราะแต่ละคนจะมีจุดปลอดภัยไม่เท่ากัน หลายคนมี Passive เดือนละ 50,000 บาทก็โอแล้ว ถมถืด เป็นสุข พอเพียงและมีอิสรภาพที่เพียงพอแล้ว  ขณะที่บางคนมี Passive เดือนละ 2 แสนอาจจะไม่มั่นใจเท่าไหร่ ถ้าเป็นสัก 1 ล้านน่าจะชัวร์ … ประมาณนี้

            สิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณก็คือ “ ถ้าคุณต้องการมีรายได้แบบ Passive เดือนละ 50,000 บาท คุณไม่ต้องเหนื่อยในการค้นหาหรอกครับ… ง่ายมั๊ย ?  เพราะธุรกิจเครือข่ายทุกแห่งสามารถให้คุณได้เหมือนกันหมด จะต่างกันที่ช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง “ แต่ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ (หรือ Y) ที่ใหญ่กว่านี้ เช่น Passive เดือนละ 1 ล้านบาท อาจมีเพียงบางแห่งเท่านั้นครับที่ให้คุณได้   เมื่อได้คำตอบแบบนี้แล้ว เราค่อยไปหาว่า “ แล้วที่ไหนล่ะ ? ที่ให้แบบนี้ได้ “ โดยมาวิเคราะห์ดูที่ 7 P นี่เลยครับ

  1.  Profile
  2.  Product
  3.  Plan
  4.  Process
  5.  Potential
  6.  Partner
  7.  Point of time

มาเจาะดูรายละเอียดทีละข้อกันเลย

           1. Profile บริษัทที่ดีต้องมีความมั่นคง ไม่ใช่ผ่านไป 5 ปี เรายังทำอยู่ แต่บริษัทไม่อยู่ทำกับเราแล้ว…นึกดูสิครับ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ? มี ส.ค.บ. ถูกต้องมั๊ย ? เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่รึป่าว ? และอื่นๆที่บ่งชี้ได้ถึงความมั่นคง ยืนกันยาวๆ เลยครับ

           2. Product สินค้าดีจริงมั๊ย ? คุ้มค่ารึเปล่า เป็นที่ต้องการของตลาด หรือมีตลาดที่กว้างใหญ่มั๊ย ? และที่สำคัญมีการใช้ซ้ำได้บ่อยครั้งแค่ไหน ? สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นในการพิจารณาประกอบครับ

           3. Plan แผนการจ่ายเป็นแบบใดบ้าง ? ทำได้ง่าย จ่ายได้จริงรึเปล่า ? หรือเป็นแบบแผนสวย แต่รวยได้ยาก ก็ไม่ไหว.. อันนี้ต้องวิเคราะห์แผนการตลาดให้ออกแล้วเปรียบเทียบกันดูครับ

           4. Process บริษัทที่คุณจะแต่งงาน หรือใช้ชีวิตร่วมด้วยแล้วเนี่ย ต้องมีระบบรองรับเท่านั้น…(ขอย้ำ) และถ้าสามารถรองรับหลายๆด้านด้วยยิ่งดี เพราะหากคุณต้องทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ คุณอาจจะสลบก่อนถึงจุดหมายได้ แปลง่ายๆว่าถ้าไม่มีระบบรองรับการทำงานคุณอาจไม่ได้เจอกับอิสรภาพการเงินที่แท้จริงก็เป็นได้ครับ

            5. Potential บริษัทต้องมีศักยภาพเพียงพอ นับไล่ตั้งแต่เจ้าของบริษัท ยันผู้บริหาร มีความเชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้กับธุรกิจเครือข่ายหรือไม่ ? เพราะธุรกิจนี้ไม่ใช่ ซื้อมา-ขายไป และคุณต้องเดินไปให้ถูกทิศทางเท่านั้นครับ แปลง่ายๆว่า ถ้ากัปตันหันหัวเรือไปยังไม่ถูกทิศ ก็ไม่ต้องคิดถึงชีวิตลูกเรือแล้วล่ะ””” วิธีคิด วิสัยทรรศน์ของผู้นำมีผลต่อความสำเร็จของคุณครับ

            6. Partner หมายถึง ผู้ที่จะร่วมงานกัน กับคุณ ที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือ อัพไลน์หรือทีมงาน นั่นแหละครับ ถ้าผู้นำของคุณเดินทางเหมือน “ตาบอดคลำช้าง” และถ้าคุณเกิดเดินตาม จะเกิดอะไรขึ้น ? ขณะเดียวกันถ้าผู้นำของคุณคือ คนที่ใช่ เป็นคนที่เดินไปถูกทิศถูกทางแล้ว นั่นแปลว่า เค้าและคุณกำลังเดินกันไปในทิศทางที่ถูกต้องมุ่งสู่เป้าหมาย  และในที่สุดความสำเร็จจะรอคุณอยู่ข้างหน้าแน่นอนครับ

            7. Point of time การเติบโตของแต่ละบริษัทมีช่วงเติบโตที่แตกต่างกันออกไป ช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนนึงครับ ที่จะทำให้คุณถึงจุดหมายได้ด้วยความยาก-ง่ายที่ต่างกัน

            ผมอยากบอกว่า “ ไม่มีบริษัทไหนที่ดีที่สุดหรอกครับ มีแต่บริษัทไหนที่ “ ตอบโจทย์ “ คุณต่างหาก

            การเลือกบริษัทที่จะทำธุรกิจเครือข่ายจึงต้องดูให้ดีๆครับ เพราะเราก็เหมือนเมล็ดพันธ์ที่ดี พรีเมี่ยม แต่เราดันไปอยู่ในดินที่แย่ เราก็ตายได้..จริงมั๊ย? เมล็ดที่ดีต้องอยู่ในดินที่ดี ถึงจะเติบโตได้ดี งอกงามและมั่นคง..

เทคนิคง่ายๆ ให้ดูผลลัพธ์ของรุ่นพี่..,รวมที่กล่าวมาทั้ง 7 P ต้องดีหมด และต้องตอบโจทย์ Y ที่ต้องการของคุณได้ครับ

ใช่แล้ว…หากคุณกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง

คลิกที่นี่

เลือกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง was last modified: ตุลาคม 24th, 2016 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์