ดูแลตัวเองอย่างไร จึงจะไม่เป็น “กามตายด้าน”

กามตายด้านและโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รักษาและป้องกันได้

กามตายด้าน อาการที่ผู้ชายไม่อยากเป็น

กามตายด้าน หรือ ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (เรียกอีกชื่อว่า โรคอีดี ED มาจาก Erectile dysfunction) หมายถึงการที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์

บางคนอาจจะไม่แข็งตัว บางคนแข็งตัวไม่นานพอ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว หลั่งไว โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่เพียงพอ และบางคนเรียกปัญหานี้ว่า “กามตายด้าน”

ผู้ชายส่วนใหญ่เมื่อถึงวัยกลางคนจะเริ่มมีปัญหาโรคกามตายด้าน โดยพบร้อยละ 37 ของผู้ชายอายุ 40-70 ปี และจะยิ่งพบผู้ป่วยมากขึ้นไปตามวัย เพราะฮอร์โมนเพศลดลงจนเกิดความเสื่อมของร่างกาย ประมาณกันว่าผู้ชายทั่วโลกเป็นโรคกามตายด้านมากกว่า 100 ล้านคน

โรค ‘กามตายด้าน’

มี 3 แบบ ดังต่อไปนี้

1) แบบปฐมภูมิ

คือ การที่องคชาตไม่เคยแข็งตัวเต็มที่ หรือไม่แข็งพอที่จะทำให้ร่วมเพศสำเร็จเลยสักครั้ง

2) แบบทุติยภูมิ

คือ การที่องคชาตเคยแข็งตัวและร่วมเพศได้มาก่อน แต่ต่อมาเกิดความผิดปกติขึ้นทำให้ไม่แข็งตัวเหมือนเดิม

3) แบบชั่วคราว

คือ การที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นครั้งคราว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในกรณีนี้ หากพบปัญหาและรีบรักษาแต่เนิ่นๆจะหายเป็นปกติได้

การจัดระดับความรุนแรง

  • ระดับความรุนแรงน้อย

สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดี หากมีเพศสัมพันธ์สามารถสำเร็จได้เกือบทุกครั้ง

  • ระดับความรุนแรงปานกลาง

สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวได้บ้าง แต่ไม่สามารถแข็งตัวได้ตลอด หากมีเพศสัมพันธ์จะสำเร็จได้ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งของการมีเพศสัมพันธ์

  • ระดับความรุนแรงมาก

ไม่สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดี ล้มเหลวทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

ดูแลร่างกายให้ห่างไกลโรคกามตายด้าน เสื่อมสมรรถภาพ
สาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ส่วนใหญ่มักมีหลายสาเหตุร่วมกันดังนี้

1) ระดับฮอร์โมนเพศชายที่ลดลง เมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีโอกาสเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น พบว่าผู้ชายอายุ 60-70 ปี มีโอกาสที่จะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากถึงร้อยละ 73

2) ผู้ชายที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง พบว่าเป็นสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ถึงร้อยละ 70 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งหมด

  • ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น โรคของสมอง เนื้องอกสมอง โรคลมชัก อัมพาต พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคของไขสันหลัง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้มีการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศน้อยลง
  • ความดันโลหิตสูง ทำให้มีการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศน้อยลง
  • โรคเบาหวานที่เป็นมานานกว่า 10 ปี ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนทางเส้นประสาทและหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดไม่แข็งแรงเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศน้อยลง
  • ต่อมลูกหมากโต
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก
  • โรคพิษสุราเรื้อรัง

3) การผ่าตัดหรืออุบัติเหตุที่มีผลต่อเส้นประสาท ที่ไปควบคุมการแข็งตัวขององคชาต เช่น การผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน การผ่าตัดต่อมลูกหมาก การผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายของเส้นประสาท ทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศขึ้น

4) ยาที่รับประทาน เนื่องจากมียาหลายชนิดที่อาจจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลง หรือเกิดกามตายด้านเช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้ซึมเศร้า ยารักษาโรคกระเพาะอาหาร ยาอักเสบบางชนิด เป็นต้น

5) การได้รับรังสี การฉายแสง

6) พฤติกรรมในการดำรงชีวิต ได้แก่

  • คนสูบบุหรี่ จะมีโอกาสเสื่อมสมรรถภาพทางเพศสูงกว่าคนไม่สูบบุหรี่
  • การดื่มสุราติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ง่าย
  • ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีปัญหาน้อยกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
  • ผู้ชายที่ขี่จักรยานทางไกลหรือขี่มอเตอร์ไซค์เป็นเวลานาน จะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ง่ายกว่า

7) เกิดจากสภาพจิตใจ พบว่าปริมาณร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีสาเหตุมาจากความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวความล้มเหลวทางเพศสัมพันธ์

ความรู้สึกผิดในใจ หรือถูกตำหนิจากคู่ครองทำให้หมดความมั่นใจ หรืออาจเกิดความเครียดจากการทำงาน

Note : การดื่มสุราและการสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ง่าย

เพราะโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเป็นปัญหาที่ใหญ่สำหรับผู้ชายที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยหนทางป้องกันและรักษาอยู่มากมาย อีกทั้งในปัจจุบันก็มียาหรืออาหารเสริมหลากหลายชนิดที่สามารถช่วยดูแลปัญหาเหล่านี้

วิธีรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

1. พบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจริง และมีโรคอื่นแฝงอยู่หรือไม่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และลดปัจจัยเสี่ยงให้น้อยที่สุด

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น ทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ลดอาหารรสเค็ม ลดการดื่มสุราและลดการสูบบุหรี่

2. ตรวจสอบดูว่ามีปัญหาเกิดจากจิตใจหรือไม่ โดยลองสังเกตอวัยวะเพศว่ามีการแข็งตัวระหว่างนอนหลับ หรือแข็งตัวในตอนเช้าหรือไม่ หากมีการแข็งตัวแสดงว่าอวัยวะเพศไม่ได้มีปัญหา แต่มีปัญหาจากจิตใจ ควรปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อให้การบำบัดทางด้านจิตใจ

3. หากไม่ได้เกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศ แต่ต้องการใช้ยาในการรักษา ควรปรึกษาแพทย์เนื่องจากมีทั้งยาทาน ยาฉีด หรือ ยาสอด เช่น

  • ยากิน Sildenafil citrate หรือชื่อในทางการค้าว่า “ไวอากร้า(Viagra)” เป็นยาที่รักษาอาการกามตายด้าน ยานี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อผู้ใช้มีความต้องการทางเพศ

ถ้าหากไม่มีอารมณ์ก็จะใช้ไม่ได้ผล ยานี้จะเพิ่มเลือดให้ไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ไม่ควรใช้มากกว่า 1 ครั้งต่อวัน

  • ยากินในกลุ่มต้านอัลฟา ได้แก่ โยฮิมบิน(Yohimbine) เป็นยากระตุ้นความต้องการทางเพศ และขยายหลอดเลือด ทำให้องคชาตแข็งตัวได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังผลข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตสูง ใจสั่น และปัสสาวะบ่อย
  • ยาอมอะโปมอร์ฟีน(Apomorphine) เป็นรูปแบบยาเม็ดใช้อมใต้ลิ้นก่อนมีเพศสัมพันธ์ ออกฤทธิ์ภายใน 10-25 นาที ผลข้างเคียงของยา อาจมีคลื่นไส้อาเจียน
  • ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เหมาะสำหรับผู้ที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือดต่ำ เช่น ชายวัยทองและชายวัยสูงอายุ

4. ห่วงรัดอวัยวะเพศชาย ยืดหดได้ มีหลายขนาด ใช้สวมอวัยวะเพศที่เริ่มแข็งตัวดี ช่วยป้องกันไม่ให้มีการไหลย้อนกลับของเลือดจากองคชาต ทำให้องคชาตแข็งตัวได้นานขึ้น ไม่ควรสวมนานเกินกว่า 30 นาที เพราะเลือดจะคั่งอยู่นานเกินไป

5. กระบอกสูญญากาศ ใช้สวมองคชาตแล้วต้องปั๊มให้เกิดสภาพสุญญากาศภายในกระบอก เลือดจากส่วนต่างๆของร่างกายจะไหลมาคั่งที่อวัยวะเพศ ทำให้แข็งตัวได้

เมื่อแข็งจนพอใจแล้วก็ใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะ เพื่อกักเลือดไว้ในองคชาตให้แข็งตัวอยู่ได้ มีข้อห้ามใช้ในคนที่เลือดออกง่าย ผู้ที่ทานยาแอสไพริน หรือยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เพราะอาจจะทำให้เลือดคั่งที่องคชาตมากเกินไป

เพิ่มพลังเพศชาย ให้ห่างไกลจากโรคกามตายด้าน

วิธีป้องกันโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (กามตายด้าน)

1. สำหรับผู้ชายที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรทานยาให้สม่ำเสมอและรักษาตัวให้ดี เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนและโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

2. งดอาหารไขมันอิ่มตัวสูง เช่น หมูติดมัน ไก่ติดมัน เพราะไขมันของสัตว์ใหญ่เป็นชนิดเลว ทำให้เกิดการพอกหนาที่ผนังเส้นเลือด

3. รับประทานอาหารทะเล เพราะสัตว์ทะเลมีไขมันโอเมก้า3 ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

4. รับประทานผักผลไม้สดให้มากขึ้น เนื่องจากผักผลไม้มีเกลือแร่และวิตามินช่วยต่อต้านความชรา และมีส่วนกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง

5. ออกกำลังกายเป็นประจำและต่อเนื่อง เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด การสร้างฮอร์โมนและช่วยให้หลับได้ดีในตอนกลางคืน การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้การสร้างและหลั่งฮอร์โมนเป็นไปอย่างปกติ

การซ่อมแซมเซลล์และช่วยให้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศตอนกลางคืนด้วย

6. ตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยค้นหาโรคก่อนมีอาการ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ไขมันในเลือด ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น

7. ทานพืชหรือสมุนไพรบางชนิดและอาหารเสริมบางชนิด ที่มีส่วนช่วยในการไหลเวียนของโลหิต เช่น ถั่งเช่า โสม ขิง แปะก๊วย สารสกัดจากหอยนางรม น้ำมันปลาและแอล-อาร์จีนีน

การรับประทานเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย การขยายหลอดเลือดซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้นด้วย

ดังนั้นอาการ ‘กามตายด้าน’ สามารถที่จะป้องกันและรักษาได้ หากเราดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางการแพทย์ การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หรือการเลือกใช้อาหารเสริม ซึ่งควรเลือกโดยคำนึงถึงความปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

าหารเสริมเพิ่มพลังชายSquare

>> รายละเอียด : ยาบำรุงผู้ชายสแควร์ Square <<

ดูแลตัวเองอย่างไร จึงจะไม่เป็น “กามตายด้าน” was last modified: พฤษภาคม 25th, 2017 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์