กินแหลก ตอนหิวข้าว บ่งชี้สุขภาพ

ภาวะกินแหลกตอนหิวบ่งชี้สุขภาพ

กินแหลก ตอนหิวข้าวเป็นตัวชี้วัดที่ดี

การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนอกจากการเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพดีแล้ว การฝึกกินให้ถูกหลักวิธียังเป็นเรื่องสำคัญมาก

หลายคนคิดว่าการกินที่มีวินัยคือ การกินอาหารให้ตรงเวลา มื้อเช้า 7 โมง กลางวันเที่ยง บ่าย 3 ของว่าง และ 6 โมงเย็นกินมื้อค่ำ

โดยภาพรวมนั่นเป็นวิธีที่ดี แต่วิธีที่เหมาะสมกว่าคือ “กินเมื่อรู้สึกหิว…”

ถ้ายังไม่รู้สึกหิวข้าวแต่ต้องกินเพราะถึงเวลา นั่นไม่ใช่วิธีที่ดีแน่นอน เพราะระบบทางเดินอาหารที่ปกติดี อาหารจะถูกย่อยจนหมดภายใน 3-4 ชั่วโมงหลังกินเข้าไป แล้วจะรู้สึกหิวอีกครั้ง

ฉะนั้นคนที่มีสุขภาพดีถึงไม่ได้กินอาหารตรงเวลา กินเมื่อรู้สึกหิวข้าว ระยะเวลาของแต่ละมื้อก็จะใกล้เคียงกับคนที่กินตรงเวลาเหมือนกันเอง

มื้อเย็นไม่ควรทานเยอะ กินแหลก

พอถึงเวลาที่กระเพาะควรจะว่างแต่กลับไม่รู้สึกหิว ก็เพราะกระเพาะและลำไส้อ่อนแอ พูดง่ายๆคือเอ็นไซม์ไม่พอ.. โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้สึกหิวข้าวเลยหลังตื่นนอน

ในทางกลับกันคนที่กินไม่หยุด กินแหลกแต่ก็ยังหิวเรื่อยๆ จนกินมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ก็เป็นเพราะเอ็นไซม์ไม่พอเช่นกัน คนกลุ่มหลังนี้ต้องใช้วิธีเคี้ยวให้ละเอียดเพื่อช่วยย่อยและดูดซึม

สาเหตุที่คนเหล่านี้กินไม่หยุดแต่ก็ยังรู้สึกหิวอยู่นั่นเป็นเพราะปฏิกิริยาที่เกิดจากการได้รับสารอาหารจำเป็นไม่เพียงพอ เพราะปกติถ้าสามารถดูดซึมอาหารจากอาหารที่กินเข้าไปได้หมด ความหิวก็จะหายไปเอง

จึงควรเคี้ยวอย่างน้อย 30-50 ครั้ง/คำ หรือ 70 ครั้งสำหรับอาหารที่ย่อยยากหน่อย จับหลักง่ายๆคือเคี้ยวจนละเอียดก่อนกลืนลงไป..

เวลาเหมาะสมของอาหารมื้อเย็น

ควรกินเสร็จก่อนมืด โดยเฉพาะมื้อเย็นเป็นมื้อที่ควรระวัง คนสมัยนี้มักกินมื้อเย็นตอนดึกเพราะงานยุ่ง ทำงานล่วงเวลา ยิ่งไปกว่านั้นบางคนกินมื้อเย็นหลัง 3 ทุ่มจนเป็นเรื่องปกติซะอีก

ที่จริงควรกินมื้อเย็นให้เสร็จก่อนเข้านอนประมาณ 5 ชั่วโมง นั่นคือช่วง6โมงเย็นไม่เกิน 1 ทุ่ม เพราะถ้าเข้านอนตอนที่ยังมีอาหารเต็มกระเพาะอยู่ อาหารอาจไหลย้อนกลับจนทำให้ปอดอักเสบหรือหยุดหายใจขณะหลับ

กรดไหลดย้อน บางคนนอนไม่หลับ หลับไม่สนิทเพราะระบบย่อยมีปัญหา ร่างกายเลยไม่สามารถขจัดความเหนื่อยล้าได้จากการนอน สุดท้ายก็เป็นโรคเหนื่อยเรื้อรัง

พยายามฝึกกินให้ถูกหลักโดยสอดคล้องกับวิถีความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมแต่ละคนนั่นเอง

ปัญหาจากการละเลยสัญญาณเตือนของระบบทางเดินอาหาร

เราต้องพยายามควบคุมปริมาณเนื้อสัตว์ในการกิน ไม่ควรกินนมและผลิตภัณฑ์จากนม กินของทอดให้น้อยลงเพื่อหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์

หลายคนได้ยินคำแนะนำก็มักบ่นตามๆกันว่า “แบบนี้หมดความสุขในการกินกันพอดี  แล้วจะเหลืออะไรให้กินบ้างเนี่ย?” ถ้าคิดแบบนี้ก็มีแต่จะนำโรคร้ายมาสู่ตัวเอง

การกินตามใจปาก เป็นความสุขจริงหรือ? เพราะการกินเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้และเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ไม่มีอะไรมาทดแทน กลิ่น รสสัมผัส และความรู้สึกอิ่มหลังกินอาหารได้ก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่ควรหลงใหลกับความสุขนี้โดยไม่รู้จักพอ

อันที่จริงร่างกายเรามีเพียงอวัยวะบางส่วนเช่น ตา จมูก ลิ้นและสมองแค่นั้นที่สัมผัสความสุขของการกินนี้ได้ แต่ระบบทางเดินอาหารนี่สิ กลับต้องแบกรับภาระอย่างหนักมาก

ลองคิดดู! ตอนที่กินสเต็กรสเลิศชิ้นโตๆ รู้มั้ยว่าระบบทางเดินอาหารต้องทำการย่อยหนักขนาดไหน? ต้องสิ้นเปลืองเอ็นไซม์ช่วยย่อยเท่าไร? หากไม่สนใจความทุกข์ของระบบทางเดินอาหาร

ในที่สุดเราก็ต้องรับผลตอบแทนคือ “โรคที่เกิดจากการไม่รู้ค่า ไม่ฟังสัญญาณเตือนของร่างกาย”

ใจที่เพลิดเพลินกับความสุขในการกิน  กับร่างกายที่ย่อยสลายอาหารเพื่อเป็นพลังงานต้องอยู่ในภาวะที่สมดุลกัน อาหารทำให้รู้สึกถึงความอร่อยและมีความสุขก็จริง

แต่เราก็ควรมีพลังชีวิตที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงโดยธรรมชาติด้วย เพราะสำหรับสิ่งมีชีวิตทั่วไป “อาหารอร่อยก็ควรเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ” หลายๆคนกินอาหารที่มีสารเจือปนมาเป็นเวลานาน

นานจนรู้สึกว่าอาหารที่เป็นโทษต่อร่างกายกลายเป็นอาหารที่อร่อย นี่คือผลเสียที่ประสาทการรับรู้รสถูกทำลายด้วยสารเจือปน ถ้ายังรู้สึกว่าอาหารที่ตายแล้ว(ไม่มีเอ็นไซม์เหลือ)เป็นอาหารอร่อย

ก็ต้องพิจารณารูปแบบการกินที่ผ่านมาของตัวเอง.. ปรับแล้วฝึกรูปแบบการกินที่ดีแทนแล้วหล่ะ..

เลือกทานผักผลไม้เพื่อเพิ่มเอนไซม์ให้ร่างกาย

คนที่กินอาหารโดยยึดหลักเอ็นไซม์บำบัดภายใน 6 เดือน-1 ปี จะสามารถปลุกประสาทรับรสแต่เดิมกลับขึ้นมาได้ รวมถึงจะรู้สึกว่าเอ็นไซม์มีรสชาติอร่อยด้วย

แต่ไม่ต้องถึงขนาดฝืนใจกินอาหารที่ตัวเองไม่ชอบเพียงเพราะมีประโยชน์หรอก  ร่างกายคนเราแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นปริมาณเอ็นไซม์ในร่างกายหรือสภาวะเปิด-ปิดของยีน

บางคนดื่มนมวัวตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็ดื่มประจำโดยไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่บางคนดื่มนมวัวนานๆครั้ง โหงวเฮ้งลำไส้กลับแย่ลง มีอาการป่วยทันที

จากข้อมูลรูปแบบการกิน แสดงให้เห็นว่าคนที่ป่วยเป็นโรคลำไส้ที่มีสาเหตุจากนมวัว ส่วนมากจะไม่ชอบหรือเกลียดนมวัวตั้งแต่เด็กๆ บางคนไม่ชอบนมวัวแต่ต้องดื่มเพราะโรงเรียนจัดให้

หรือต้องการเสริมแคลเซียม ผลก็คือเกิดอาการแพ้ และมีปัญหาสุขภาพเช่น ลำไส้อักเสบ ลำไส้เป็นแผล หรือไขข้ออักเสบ

ไม่ควรบังคับให้ใครกินอาหารที่ไม่ชอบโดยเฉพาะเด็กเล็ก ไม่มีความจำเป็นต้องบังคับให้เด็กเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่ออาหาร คนๆนึงเกลียดอาหารบางอย่างหรือรู้สึกว่าไม่อร่อย

เพราะอาหารชนิดนั้นไม่ใช่อาหารที่ดีสำหรับตัวเขา ร่างกายนั้นซื่อสัตย์มาก เราจะรู้สึกอร่อยกับอาหารที่มีประโยชน์และไม่อร่อยกับอาหารที่เป็นโทษต่อร่างกาย และนี่คือระบบป้องกันภัยอย่างนึงโดยเฉพาะในเด็ก

ที่เด็กรู้สึกว่าไม่อร่อย เป็นเพราะส่วนประกอบในอาหารหรือเปล่า? วิธีที่ดีที่สุดในการหาคำตอบคือ พยายามให้เด็กลองกินอาหารที่ดีก่อน 

การที่เด็กไม่ชอบกินผัก ที่จริงเขาไม่ได้เกลียดผัก แต่อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีที่อยู่ในผักไม่อร่อย ลองให้พวกเขากินผักที่มีคุณภาพดีอย่างผักปลอดสารพิษ

เด็กหลายคนกลับกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ถ้ายังรู้สึกว่าไม่อร่อยอีกก็เป็นเพราะสารประกอบบางอย่างในอาหารไม่เหมาะกับร่างกายของเขา..

แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันแต่ด้วยความแตกต่างด้านจิตใจและยีน ความสามารถในการยอมรับสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างกายของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

ฝาแฝดไข่ใบเดียวกันที่มียีนเหมือนกัน ความสามารถในการยอมรับก็ยังต่างกันไปตามวิถีการดำรงชีวิตเลย ฉะนั้นจึงต้องนำปัจจัยต่างๆมาพิจารณาด้วย

เช่น สภาพอากาศ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ คุณภาพน้ำ พันธุกรรม สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต สภาพจิตใจ เพื่อจะได้เข้าใจถึงการบริโภคที่เหมาะสมกับร่างกายจริงๆ

บางคนกินเนื้อสัตว์อาทิตย์ละ 3 ครั้งไม่มีอาการผิดปกติ แต่บางคนกินอาทิตย์ละหนก็เกิดอาการแล้ว สิ่งที่จะช่วยเราปรับรูปแบบการกินให้เหมาะกับความแตกต่างของแต่ละคน

นั่นคือ การฟังเสียงจากร่างกายนั่นเอง.. นอกจากสังเกตว่าตัวเองอยากกินและไม่อยากกินอะไรแล้ว ยังต้องสังเกตสภาพร่างกายหลังกินอาหารชนิดนั้นด้วยเช่น มีแก๊สสะสมหรือเปล่า? ขับถ่ายเป็นอย่างไร..?

กินอย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่กินแหลกตอนหิว

สรุปคือต้องเข้าใจคำว่า “อาหารที่ดี” ความสามารถของร่างกายตัวเองในการรับอาหารที่ดี..

เพราะนี่คือ “เคล็ดลับที่จะทำให้มีความสุขกับการกินอาหาร พร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรงอายุยืนด้วย”

>> SOD สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ <<
>> ระบบไหลเวียน กับสุขภาพที่ดี <<
>> ไขมันทรานส์ มารร้ายทำลายสุขภาพ <<
>> ผักปลอดสารพิษ แนวทางเกษตรสุดรุ่ง <<

กินแหลก ตอนหิวข้าว บ่งชี้สุขภาพ was last modified: มิถุนายน 18th, 2017 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์