ดูแล “ความดันสูง” ให้อยู่หมัด

ความดันสูง โรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน เส้นเลือดสมองแตก

ดูแลไม่ให้ “ความดันสูง” เกินพิกัด

หลังจากมีข่าวการแชร์โพสต์วิธีรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันโดยใช้เข็มทิ่มนิ้วเพื่อเจาะเลือดลดแรงดัน แพทย์สภาจึงออกมาเตือนประชาชนทั่วไปที่มี ความดันสูง และเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง

เนื่องจากวิธีดังที่ว่าไม่มีการรับรองทางการแพทย์หรือการยืนยันว่ามีประโยชน์เลย อย่าได้หลงเชื่อเพราะอาจทำให้สูญเสียโอกาสทองในการรักษาโรคได้ทันท่วงที

ถ้ามีอาการปวดหัว แขนขาอ่อนแรง ตาพร่า มือชา ปากเบี้ยว ให้รีบไปพบแพทย์หรือโทร 1669 เพื่อใช้บริการแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วน

จากที่มีการเผยแพร่คลิปการนวดกดจุดที่บริเวณคอว่อนโซเชียลโดยอ้างว่าเป็นการนวดเพื่อรีเฟรชสมอง แพทย์ได้ให้ความเห็นว่าวิธีดังกล่าวนี้เป็นอันตรายอาจทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงก้านสมองได้พอ ทำให้สมองส่วนการรับจอภาพเกิดการมืดลงและมองไม่เห็นได้ในที่สุด

        หลังจากนั้นไม่นานก็มีการแชร์ในโลกออนไลน์ที่สร้างความเข้าใจผิดอีกเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงโดยระบุถึงวิธีในการปล่อยเลือดเพื่อช่วยชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันว่า

“ถ้ามีอาการปากเบี้ยวให้ดึงหู และให้นำเข็มฉีดยาหรือเข็มเย็บผ้าแทงที่ปลายนิ้วแล้วบีบให้เลือดไหลออกมา จะเป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยและทำให้ฟื้นได้นั้น” มาฟังความเห็นจากแพทย์ดูกันค่ะ

       อายุรแพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยาได้ให้ข้อเท็จจริงว่า “โพสต์ที่แชร์นั้นไม่ถูกต้องและไม่มีการรับรองหรือการศึกษาใดๆที่ยืนยันว่าการทำแบบนี้มีประโยชน์หรือช่วยรักษาให้หาย” ไม่ว่าโรคใดก็ตามการเจาะเลือดออกที่ปลายนิ้วนั้นล้วนไม่มีประโยชน์

คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะต้องพบแพทย์เพื่อควบคุมอาการของโรคอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว การรักษาจะมี2ส่วนคือ ตรวจวัดความดัน และตรวจเลือดเพื่อดูภาวะแทรกซ้อน

เช่น มีภาวะหัวใจโตหรือไตวายหรือไม่ เพราะความดันโลหิตสูงส่วนหนึ่งก็จะมีทั้งโรคไขมันในเลือดสูงหรือมีเบาหวานร่วมอยู่ด้วย

สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจอย่างสม่ำเสมอคือ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยคนที่เป็น ความดันสูง ต้องรับประทานอาหารที่มีรสจืด กินผักให้มากขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เพราะถ้ายังกินอาหารรสเค็มและมีส่วนผสมของเกลือ น้ำปลาหรือน้ำตาลปริมาณมาก

จะทำให้ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ยาก และจะมีผลกระทบต่อการทำงานของไตด้วย นอกจากนี้ถ้าพบว่ามีภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย ก็ต้องพยายามควบคุมอาหารที่มีไขมันเช่น ของทอด ของมัน อาหารทะเล หรืออาหารจำพวกแป้งน้ำตาลต่างๆ

      ยังมีคนจำนวนมากที่มีความดันโลหิตสูงแล้วยังมีความเข้าใจผิดว่า “พอไม่มีอาการปวดหัวก็คิดว่าตัวเองมีความดันปกติ” ที่จริงแล้วคนที่เป็นความดันโลหิตสูงมากกว่า 95% จะแทบไม่มีอาการใดๆบ่งบอกเลย

นอกจากพบแพทย์และตรวจวัดความดันโลหิตถึงจะรู้ ถ้าความดันไม่ปกติก็ต้องรักษาตามความรุนแรงของความดันโลหิตนั้น

        กรณีที่มีโรคความดันโลหิตสูงหรือว่าอายุมากขึ้น หรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หากมีอาการผิดปกติเช่น มีอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง

มีอาการตาพร่ามัว ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่งหรือมีอาการมึนชาของร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง นึกคำพูดไม่ออก อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะมีภาวะแทรกซ้อนจาก ความดันสูง ได้

เช่น เกิดปัญหาสมองขาดเลือด หรือเลือดออกในเนื้อสมองเนื่องจากเส้นเลือดสมองแตก ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหรือโทรศัพท์ไปที่เบอร์ 1669 เพื่อใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือใช้แอพพลิเคชั่น Fast Track เรียกรถพยาบาลให้มารับเพื่อนำส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที

“แนะนำว่าให้รีบติดต่อที่โรงพยาบาลทันที ห้ามสังเกตอาการ ใจเย็น ห้ามรอหมอที่คลีนิค ห้ามบีบนวด ห้ามใช้เข็มเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว ห้ามดึงหู

เพราะถ้าเราประวิงเวลาไว้จะทำให้สูญเสียเวลาที่จะถึงมือแพทย์ เพราะโรคแทรกซ้อนต่างๆจากโรคความดันโลหิตสูงถ้ารักษาได้เร็วก็มีโอกาสหายเร็ว แต่ถ้าเกินนาทีทองไปแล้ว

เช่น มีภาวะสมองขาดเลือดเกิน 270 นาที(ประมาณ 4 ชั่วโมง) โอกาสจะกลับมาเป็นปกตินั้นยากมาก”

รักษาอาการความดันสูง

       คนที่เป็นความดันโลหิตสูง หัวใจจะทำงานหนักขึ้นเพราะต้องสูบฉีดแรงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น หัวใจโตและหัวใจล้มเหลวตามมา หลอดเลือดแดงทั่วทั้งตัวจะมีผนังหนาขึ้น

โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่อยู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด จึงเกิดการเสื่อมของผนังหลอดเลือดเหล่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่การตีบตันหรือแตก และอวัยวะที่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหายและขาดเลือดหรือมีเลือดออก

     ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางฟิสิกส์คือ ความดันหรือแรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีคือ การที่เซลล์ของผนังหลอดเลือดมีความผิดปกติ เกิดการเสื่อมและมีการอักเสบเรื้อรัง 

ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดไขมันจับผนังหลอดเลือดและมีการดื้ออินซูลิน ทำให้เกิดโรคเบาหวานหรือการควบคุมเบาหวานยากขึ้น เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและถูกมองข้ามไป การให้ความสนใจเพียงแค่ค่าความดันโลหิตที่วัดได้จึงไม่ถูกต้องนัก

     ความดันสูง จึงถือว่าเป็นภัยซ่อนเร้นที่ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาอีกมากเช่น หลอดเลือดสมองแตก ตีบเฉียบพลันจนเป็นอัมพฤษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว ไตวาย

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคความดันจะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ว่าเหล่านี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ เราต้องหมั่นตรวจวัดความดันอยู่สม่ำเสมอ

เพราะจะช่วยทำให้วินิจฉัยโรคระยะเริ่มแรกได้ดี ซึ่งถ้าเราควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย จะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆอีกด้วย

       วิธีวัดระดับความดันโลหิตจะมีค่าที่แสดงผลอยู่2ส่วนคือ ค่าตัวบนและค่าตัวล่าง โดยความดันค่าตัวบนเป็นความดันช่วงหัวใจบีบตัว ส่วนค่าตัวล่างจะเป็นความดันช่วงหัวใจคลายตัว

โดยความดันโลหิตที่เหมาะสมของผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปนั้นตัวบนต้องไม่เกิน120 มม.ปรอท และตัวล่างไม่เกิน 80มม.ปรอท เรียกสั้นๆว่า 120/80

สำหรับผู้ที่ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง คือ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่าหรือเท่ากับ 140 มม.ปรอทและตัวล่างมากกว่าหรือเท่ากับ90

       จึงควรหมั่นตรวจวัดความดันของตนเองบ่อยๆ สม่ำเสมอ ถ้าพบว่ามีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด

ซึ่งส่วนมากทุกอาการจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน จะต้องรีบขอความช่วยเหลือ1669 ทันที ส่วนการรักษานั้นควรผสมผสานหลายๆทาง ไม่ควรพึ่งยาเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการกินและการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเลือดลงได้มาก  ที่สำคัญการป้องกันไว้ย่อมดีกว่าการรักษาภายหลังอย่างแน่นอน 

>> ไขมันพอกตับ..เสี่ยงมะเร็ง <<
>> ลดไขมันในเลือดด้วยออริซามิน <<
>> ความดันโลหิตสูง ต้องกินยาถึงเมื่อไหร่ <<

ออริซามิน orysamin เซซามินจากงาดำ

ดูแล “ความดันสูง” ให้อยู่หมัด was last modified: เมษายน 2nd, 2017 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์