“ดีท็อกซ์” อย่างไรให้ปลอดภัย

ดีท็อกซ์ ให้ปลอดภัย ได้ผลดี สมุนไพร

“ดีท็อกซ์” ถูกวิธี ชีวีปลอดภัย

ไม่นานมานี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความกรณีเพื่อนสมัยเรียนเสียชีวิตกะทันหันทั้งที่เป็นคนสุขภาพดีแข็งแรงมาตลอด

โดยกล่าวว่า “มาจากการทำ ดีท็อกซ์ ล้างพิษ…” ทราบมาว่าเพื่อนได้เดินทางจากปากช่อง ไปทำการล้างพิษที่สถานปฏิบัติธรรมชื่อดังในกรุงเทพ

มีการรับประทานผลไม้และน้ำมะพร้าวกับน้ำใบย่านาง และห้ามรับประทานอย่างอื่นเป็นเวลา 2-3 วัน แต่เมื่อกลับมาบ้านแล้ว เพื่อนก็ยังทำต่ออีกโดยไม่ยอมกินอะไรเลย จนเกิดภาวะช็อกในที่สุด จากเหตุการณ์นี้คงมีคำถามคาใจขึ้นว่า “แล้วการล้างพิษที่ถูกวิธีคือแบบไหน?”

นพ.สุริยะกล่าวว่า ปกติร่างกายจะมีการล้างพิษด้วยวิธีธรรมชาติอยู่แล้ว ทั้งจากตับ,ไต ที่คอยดูดซับสารพิษต่างๆ แล้วขับออกมาทางน้ำดี ผ่านลำไส้ใหญ่ ขับออกทางเหงื่อ หรือขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ และลมหายใจด้วย เลยทำให้บางคนคิดว่าถ้าเร่งกระบวนการขับของเสียออก สารพิษก็จะออกมาเร็วยิ่งขึ้นว่าคือการดีท็อกซ์’

ที่จริงการใช้สมุนไพรเพื่อล้างพิษมีการทำมานานแล้ว ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะดื่มน้ำสมุนไพร แต่เป็นเพราะหักโหมทำมากเกินไป โดยไม่รับประทานอาหารอะไรเลย จึงทำให้ขาดสารอาหาร ขาดแร่ธาตุโดยเฉพาะโพแทสเซียมจนเกิดภาวะต่อหัวใจและช็อก

หลักการล้างพิษที่ถูกต้องจะเน้นการรับประทานพืชผักสวนครัว หรือสมุนไพรต่างๆที่นำมาประกอบอาหารได้ และไม่ได้เน้นว่าต้องกินพืชผักหรือสมุนไพรใดเพียงอย่างเดียว แต่เน้นกินให้หลากหลาย ยังทานได้ตามปกติทุกวันแต่ควรมีประโยชน์ ดังนั้นการกินแค่สมุนไพรบางอย่างหรือน้ำมะพร้าวเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่วิธีที่ทำให้เกิดความสมดุล ต้องยึดทางสายกลางคือไม่ตึงไม่หย่อนเกินไปเป็นหลัก

พืชสมุนไพรล้างพิษมีมากมาย เช่น ใบย่านาง ใบรางจืด ผักชี มะขามป้อม กระเทียม ผงไซเลียมฮัสต์ ไคโตซาน สารสกัดจากอัลฟัลฟ่า และใยอาหารเป็นต้น การทานสมุนไพรเหล่านี้ควรกินตามฤดูกาลอย่างพอเหมาะสม ไม่มากไปน้อยไป

ส่วนเรื่องวิธีสวนล้างลำไส้ผ่านทวารหนักนั้น ก็ไม่มีงานวิจัยใดรองรับว่าแค่การใช้น้ำผ่านลำไส้จะทำให้ล้างพิษได้ ซึ่งการสวนล้างลำไส้อาจมีผลข้างเคียง หรืออาจมีผลต่อคนที่มีประวัติโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้ เคยผ่าตัดลำไส้ โรคไต หรือโรคหัวใจได้

เจาะลึกเรื่อง ดีท็อกซ์

เดิมทีการดีท็อก(Detox) ใช้ในการขจัดสารพิษออกจากร่างกายของผู้ที่ติดสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งมีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับการรักษา ต่อมาได้พัฒนาวิธีการดีท็อกที่จะขจัดสารพิษในอวัยวะต่างๆ โดยดัดแปลงมาในรูปแบบต่างๆมากขึ้น เช่น การรักษาด้วยน้ำ การอดหรือควบคุมอาหาร

การใช้สมุนไพรต่างๆเช่น การดีท็อกลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำ(colon hydrotherapy)  การขจัดสารพิษด้วยน้ำผลไม้ การงดอาหารหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด (คล้ายการถือศีลอดในศาสนาอิสลาม) ซึ่งทุกๆวิธีการต่างก็ช่วยเสริมการทำดีท็อก ามธรรมชาติของอวัยวะต่างๆให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การบำบัดรักษาด้วยการขจัดพิษโดยใช้น้ำ (hydrotherapy)แบบต่างๆเช่น การสวนทวารควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารโดยงดบริโภคอาหารบางชนิด แต่เพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเสริมเข้าไปแทน กลายเป็นวิธีการบำบัดรักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่เรียกว่า colon hydrotherapy ที่แพร่หลายและนิยมมากในยุคนั้น

บางวิธีใช้การบำบัดด้วยธรรมชาติ โดยจะให้การรักษาโดยใช้สมุนไพรบางชนิด และอาหารเสริมที่ทำจากดอกไม้และรากไม้หลายชนิด การรักษานี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รวดเร็วฉับพลันเรียกว่ารักษาโดยธรรมชาติบำบัด ซึ่งก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

การขจัดพิษนั้นมีอยู่หลากหลายวิธี 

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ว่ามุ่งเน้นไปที่ขจัดพิษทั้งร่างกาย Whole Body Cleansing หรือ  ขจัดพิษในอวัยวะเฉพาะส่วน Speific Organs Cleansing เช่น ลำไส้ใหญ่ ตับหรือไต

  1. การขจัดพิษในลำไส้ใหญ่ จะใช้ไฟเบอร์และอาหารเสริมสมุนไพรที่มีประโยชน์ในการขจัดสารพิษที่ตกค้างอยู่ตามรอยหยักต่างๆของลำไส้
  2. การขจัดพิษในไต จะใช้น้ำผลไม้ อาหารเสริมและสมุนไพรต่างๆ ขจัดเศษนิ่วที่ตกตะกอนออกจากไต
  3. การขจัดพิษในตับ จะใช้การบริโภคอาหารเฉพาะ เพื่อที่จะทำให้ตับและต่อมน้ำดี ทำงานขจัดสารพิษและไขมันที่มีสารพิษสะสมอยู่ ออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
  4. การดีท็อกขจัดเชื้อโรคต่างๆ จะบริโภคสมุนไพรรสขมสกัด ที่อยู่ในรูปของของเหลวหรือเป็นเม็ดในปริมาณมากพอจนเชื้อโรคไม่สามารถอยู่ในสภาวะร่างกายนั้นได้
  5. การอดหรืองดอาหารในช่วงเวลาหนึ่ง (Fasting) เพื่อให้อวัยวะในส่วนย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียได้พักผ่อน จึงทำให้ร่างกายได้รักษาและพักฟื้นตัวเองได้โดยธรรมชาติ
  6. การขจัดพิษด้วยออกซิเจน เป็นการใช้ปฏิกิริยาเคมีจากก๊าซออกซิเจนในการสลายสารพิษและแบคทีเรีย
  7. การขจัดพิษด้วยความร้อน โดยการทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น เพื่อให้ร่างกายเร่งการรักษาตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย

6 ขั้นตอนการ ‘ดีท็อกซ์’

จะสลับเปลี่ยนกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคน และไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมด

  1. งดรับประทานอาหาร อาจให้ทำประมาณ 1-2 วัน
  2. การควบคุมอาหาร โดยการกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง
  3. ดื่มน้ำผลไม้ หรือของเหลวอื่นๆ เท่านั้น
  4. รับประทานอาหารเสริมอื่นๆ
  5. สวนล้างลำไส้ส่วนล่าง และ
  6. ผสมผสานกับวิธีการอื่นๆ ซึ่งนักธรรมชาติบำบัดจะประเมินว่าแต่ละคนนั้นเหมาะสมกับกระบวนการใด ซึ่งร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

     การอดอาหารเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหัว หมดสติ อ่อนเพลีย ภาวะขาดสารน้ำ และหิวจนแสบท้อง หากทำมากเกินไป เพราะร่างกายแต่ละคนจะรับได้ไม่เท่ากัน และนอกจากร่างกายเสียสมดุลแล้ว  ยังเสี่ยงต่อการช็อกและเสียชีวิต นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าการล้างพิษ เป็นแพทย์ทางเลือก ซึ่งแตกต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนั้นควรต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี

>> ดีท็อกลำไส้ อย่างปลอดภัยด้วย Phytovy <<
>> ดีท็อกเลือด ให้ปลอดภัยด้วย T Chloroplus <<
>> รีวิวดีท็อกด้วย Phytovy <<

“ดีท็อกซ์” อย่างไรให้ปลอดภัย was last modified: เมษายน 10th, 2016 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์