“ร้อนวูบวาบ” ในวัยทอง…ภาวะที่ต้องใส่ใจดูแล

วัยทองต้องผสานการดูแล ร้อนวูบวาน นอนไม่หลับ เครียด

อาการ ‘ร้อนวูบวาบ’ วัยทอง…รับมือได้ด้วยการใส่ใจดูแล

ไม่นานมานี้มีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่พบว่า การฝึกสมาธิ มองภาพแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องดีๆ พร้อมกับฟังเพลงบรรเลง สามารถช่วยให้อาการวัยทองดีขึ้น

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผสมผสานกับการรักษาปกติที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวเลยสำหรับคนที่มีอาการวัยทองทุกๆท่าน

       ใครไม่เคยรู้สึก ร้อนวูบวาบ จากอาการวัยทอง คงไม่รู้ว่าทรมานขนาดไหน? วัยทอง เป็นอาการที่รู้สึกถึงความร้อนแผ่ซ่านจากหน้าอก ใบหน้า กระจายไปตามแขนขา รู้สึก ‘ร้อนวูบวาบ’ เหงื่อออกจนเสื้อเปียกบ่อยๆ

วันหนึ่งจะมีอาการอย่างต่ำ 4-5 รอบ ไม่ได้แค่รู้สึกร้อนเพียงอย่างเดียวแต่จะเห็นแส้นเลือดขยาย จนผิวกลายเป็นสีแดงนานประมาณ 2-3 นาที บางคนทนไม่ไหวต้องเปิดแอร์หรือพัดลมเบอร์แรงสุด

ต่อจากนั้นเหงื่อก็จะแตกจนตัวชุ่มเปียกโชก ตามด้วยอาการหนาวสั่นจนต้องรีบปิดแอร์ ปิดพัดลม ห่มผ้าห่ม  เป็นอาการร้อนๆหนาวๆอยู่อย่างนี้

อาการร้อนวูบวาบของผู้หญิงวัยทอง
บางคนเป็นแค่คืนละครั้งยังพอทนไม่ไหว จนกลายเป็นความเครียด ไม่หลับไม่นอนเหมือนคนบ้า บางคนมีอาการร้อนวูบวาบคืนละหลายครั้ง กลายเป็นความทุกข์ทรมานซึมเศร้าจนถึงกับเบื่อชีวิตก็มี โชคดีที่อาการร้อนวูบวาบนี้ไม่ได้เกิดกับคนวัยทองทุกคน

ตามสถิติคนไทยและคนเอเชียพบว่าเป็นน้อยกว่าชาติตะวันตก ทั้งจำนวนครั้งและทั้งความรุนแรง พบหญิงวัยทองมีอาการร้อนวูบวาบประมาณ 2ใน3 ครึ่งหนึ่งมีอาการปานกลางถึงรุนแรงจนต้องพบแพทย์ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือเป็นไม่มาก

และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบรุนแรง คือ “อ้วน ไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ เครียด ซึมเศร้า ฐานะยากจน การศึกษาน้อย”

สาเหตุของอาการร้อนวูบวาบนั้นมาจากการทำงานของสมองนั่นเอง เมื่อฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนลดลงสมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะไวกว่าปกติ

โดยทั่วไปเมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่ม 0.4 องศาเซลเซียส สมองจะสั่งระบายความร้อนออกเช่น ให้เส้นเลือดขยาย เหงื่อไหลออกมา.. แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองแล้วอุณภูมิแค่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเช่น 0.1 องศาเซลเซียส

สมองก็จะสั่งให้ระบายความร้อนแล้ว ทำให้เส้นเลือดขยาย เหงื่อแตก แต่เมื่ออุณหภูมิไม่ได้ร้อนจนต้องระบายความร้อน ร่างกายก็จะเกิดอาการหนาวสั่นขึ้นมาแทน

อาการร้อนวูบวาบของหญิงวัยทองแก้ได้

      แต่อาการร้อนวูบวาบไม่ใช่อาการวัยทองที่เกิดกับทุกคน.. มีคนไข้จำนวนมากที่มาพบแพทย์ด้วยอาการร้อนวูบวาบ คิดว่าตัวเองเป็นวัยทอง แต่ที่จริงไม่ใช่… เพราะอาการร้อนวูบวาบวัยทองนั้นมักจะเกิดช่วง 1-3 ปีก่อนหมดประจำเดือน

คือ อายุประมาณ 45 ปีขึ้นไปและจะเกิดต่อไปจนถึงช่วงหลังหมดประจำเดือนนานกว่า 10 ปีได้ งานวิจัยในต่างประเทศพบว่าแม้ผู้หญิงจะอายุ 72 ปี ก็ยังมีอาการร้อนวูบวาบได้ถึง9% แม้ว่าจะหมดประจำเดือนไปแล้ว 20 ปีก็ตาม

สาเหตุของอาการ ‘ร้อนวูบวาบ’ ในคนอายุน้อย

เรามาดูสาเหตุของอาการร้อนวูบวาบที่ไม่ได้เกิดจากการที่ฮอร์โมนลดลงหรือภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

1. เป็นไปตามสรีระของร่างกาย เช่น ความเครียด การรับประทานอาหารเผ็ดร้อน การอยู่ในสภาพอากาศร้อน การแพ้ (Anaphylaxis) เช่นแพ้อาหาร แพ้ผงชูรส

2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เส้นเลือดขยาย เกิดอาการร้อนวูบวาบ ตามด้วยหนาวสั่นได้

3. ฤทธ์ของยา มียามากกว่า 10 กลุ่มที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เช่น กลุ่มยาต้านเศร้า ยาแก้ไข้ ยาแก้ปวด ยาลดฮอร์โมนเพศ ยาลดน้ำตาลในเลือด ยาเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติ ยาลดความดันโลหิต ยาที่ทำมาจากฝิ่นหรืออนุพันธ์ของฝิ่น ยาลดกรด ยาขยายหลอดลม

4. มะเร็งหลายชนิดที่ปล่อยฮอร์โมน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะเส้นเลือดขยาย ทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบได้ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งรังไข่มะเร็งไตมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

5. การติดเชื้อ เช่น เชื้อวัณโรค แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อ HIV เชื้อไวรัสตับอักเสบ และเชื้อไวรัสอื่นๆ

6. โรคประสาทสมอง เช่น สมองเสื่อม ได้รับบาดเจ็บ อักเสบ เสื้อเลือดสมองแตกหรือเส้นเลือดตีบ

7. ภาวะอื่นๆ เช่น เป็นโรคกรดไหลย้อน โรคแพนิค โรคคนขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย

ดังนั้นเมื่อมีอาการร้อนวูบวาบ รบกวนชีวิตประจำวันในคนที่อายุไม่มากจึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเกิดจากวัยทองอย่างเดียว

วัยทอง ร้อนวูบวาบ

       การรับมือกับอาการร้อนวูบวาบจากวัยทอง และการเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ  สาเหตุที่ทำให้เป็น มีโรคหรือข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนหรือไม่และความชอบส่วนตัว

ปัจจุบันประมาณ 50-75% ของคนที่มีอาการร้อนวูบวาบจากวัยทอง หันมาเลือกวิธีรักษาแบบแพทย์ทางเลือก ซึ่งได้ผลดีทางจิตใจ พบว่า ถึงแม้จะใช้แค่ยาหลอก แต่ถ้าคนไข้มีความมั่นใจก็ได้ผลไม่ต่ำกว่า 50% แล้ว

      ถึงอย่างนั้นก็ตามอย่าคิดว่าการรักษาแบบแพทย์ทางเลืกจะไม่มีอันตราย เพราะการกินสมุนไพรบางชนิดอาจเกิดอันตรายกับตับไต และหากมีเนื้องอกที่มีสัญญานรับฮอร์โมนเช่น เนื้องอกมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกก็อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีรักษาอาการ ‘ร้อนวูบวาบ’ จากวัยทอง

1. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น ลดความอ้วน หมั่นออกกำลังกาย คลายเครียด อยู่ในที่เย็น สวมสื้อผ้าที่คลายร้อน อาบน้ำเย็นบ่อยๆ ดื่มน้ำเย็น หากมีอาการไม่มากจะได้ผลดี

2. ยารักษาตามอาการหรือยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เช่น ยานอนหลับ คลายเครียด ยาต้านเศร้า แก้ใจสั่น แก้ปวดเมื่อย ยาบำรุง เป็นต้น

3. ใช้ฮอร์โมนสำหรับคนที่มีอาการรุนแรง การรักษาด้วยฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนจะได้ผลดีมาก เต่แนะนำให้กินฮอร์โมนเสริมไม่เกิน 5 ปี เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม

4. แพทย์ทางเลือก ได้แก่

    • Promising Therapy เช่น การใช้วิธีปรับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม(Cognitive Behavior Therapies) การสะกดจิต (Hypnosis) เทคนิคการทำสมาธิเพ่งลมหายใจ

และจินตนาการ (Mind Body Based Therapy) การบล็อกประสาทอัตโนมัติ (Stellate Ganglion Block) ซึ่งได้ผลดีทีเดียว

    • การใช้พืชผักสมุนไพรบำบัดเช่น เต้าหู้ แบล็คโคฮอช (Black Cohosh) ตังกุย เก๋ากี๊ ลูกชัค โปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนแบบธรรมชาติ ได้ผลค่อนข้างดี
    • การฝังเข็ม การใช้น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) และการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 

อาหารเสริมผู้หญิงคลิ๊ก click plus จบปัญหาวัยทอง

>> ปรับสมดุลฮอร์โมน หมดปัญหาวัยทองด้วย Click Plus <<
>> รับมือกับภาวะ พร่องฮอร์โมนเอสโตรเจน <<
>> ดูแลตัวเองอย่างไรใน “วัยทอง” <<

“ร้อนวูบวาบ” ในวัยทอง…ภาวะที่ต้องใส่ใจดูแล was last modified: มิถุนายน 27th, 2017 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์