อาหารเสริมลดน้ำหนัก แบบไหน?..ที่คนนิยมใช้ลดความอ้วน

อาหารเสริมลดน้ำหนักมีแบบไหนบ้างและดีจริงหรือไม่

อาหารเสริมลดน้ำหนัก มีแบบไหนกันบ้างนะ?

ปัจจุบันมี อาหารเสริมลดความอ้วน ออกมามากมาย ในรูปแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น กาแฟ ยาระบาย ช่วยเผาผลาญไขมัน กระชับสัดส่วน มีมากจนจำไม่หวาดไม่ไหวว่ามียี่ห้อไหนบ้างทีเดียว..

โดยการตลาดมักจะใช้ดารานางแบบมาเป็นพรีเซนเตอร์ เรื่องแปลกก็คือ เราต่างก็รู้ว่าดารานางแบบเหล่านี้เค้าหุ่นดีอยู่แล้ว ไม่ได้มาหุ่นดีเพราะอาหารเสริมเหล่านี้

นางแบบหุ่นดีที่ใช้โปรโมทอาหารเสริมลดน้ำหนัก

แต่คนส่วนหนึ่งก็ไปหาซื้อมาทานแล้วหวังว่าจะมีรูปร่างแบบดารานางแบบบ้าง ทุกวันนี้โฆษณากระตุ้นให้เชื่อว่า “อาหารเสริมจะช่วยให้เราผอมได้” โดยที่ยังไม่รู้เลยว่า “จะช่วยให้เราผอมได้อย่างไร…”

       ความจริงที่เราต้องรู้ก็คือ  ไม่ว่าที่ผ่านมาจะมีอาหารเสริมออกมากี่แบบกี่ยี่ห้อ ไม่ว่าในอนาคตจะมีออกมาอีกเท่าไหร่ก็ตาม ไม่ว่าผู้ขายจะบอกว่าได้พัฒนาสูตรไปไกลแค่ไหน สุดท้ายแล้วนี้ก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่  ที่มีคุณสมบัติคล้ายๆเดิม เพียงอาจจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ เปลี่ยนส่วนผสม เปลี่ยนชื่อ ให้ดูเหมือนคิดค้นสิ่งใหม่ๆได้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักอาหารเสริมลดน้ำหนักแต่ละกลุ่มกัน

1. ยาระบาย

ยาระบาย อาหารเสริมลดน้ำหนัก

อาหารเสริมลดน้ำหนัก กลุ่มนี้มักมาในรูปแบบของชาช่วยระบาย มะขามแขก วุ้น โยเกิร์ต หรืออาหารที่มีสรรพคุณช่วยในการขับถ่ายให้เราดีขึ้น

คนที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ท้องผูก จะมีของเสียที่ตกค้างในลำไส้อยู่จำนวนมาก ทำให้หน้าท้องป่องออกมา เมื่อทานสิ่งที่ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น

ก็จะขับของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้หลายๆวันออกไป หน้าท้องก็ยุบลง คนจึงเข้าใจไปว่าน้ำหนักหรือสัดส่วนลดลง ทั้งที่จริงแล้วเป็นของเสียในร่างกาย(อุจจาระ)ลดลงต่างหาก…

      อาหารเสริมกลุ่มนี้จะช่วยให้เราขับถ่ายได้ดีขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ไขมันในร่างกายของเราลดลงเลยแม้แต่กรัมเดียว จึงแทบไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักเลย

2.ใยอาหาร

ลักษณะของอาหารเสริมแบบนี้จะออกมาในรูปแบบเป็นเม็ด วุ้น หรือเป็นผง หรือผสมกับเครื่องดื่ม เช่น เม็ดแมงลัก บุกผง

เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยใยอาหารได้ การทานใยอาหารเข้าไปจะช่วยทำให้พื้นที่ในกระเพาะเหลือน้อยลง เราจะแน่นท้องเร็วขึ้น ทานน้อยลง

เม็ดแมงลัก วิธีลดน้ำหนักแบบใยอาหาร

เมื่อเราทานได้น้อยลง เราก็จะได้รับพลังงานจากอาหารน้อยลงตามไปด้วย ผลก็คือทำให้เราสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

การทานใยอาหารเพื่อช่วยลดน้ำหนักนั้น เหมาะสำหรับคนที่มีความตั้งใจในการลดน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะใยอาหารจะช่วยให้เราแน่นท้องเร็วขึ้น (แต่ความหิวยังคงมีอยู่) เพราะร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ซึ่งต้องใช้ความพยายามและความอดทนต่อความหิวที่เกิดขึ้น

คนที่มีความตั้งใจลดน้ำหนักไม่มากหรือบังคับตัวเองไม่ได้ วิธีนี้อาจจะไม่ช่วยอะไรเลย เพราะใยอาหารไม่ได้ให้สารอาหารอะไร ถึงเราจะแน่นท้องเร็วขึ้นก็จริง แต่จะยังไม่อิ่ม(ยังรู้สึกหิว)อยู่

เราก็จะทานต่อไปถึงแม้ว่าจะรู้สึกแน่นท้อง กลายเป็นว่ายังกินเท่าเดิม น้ำหนักก็จะไม่เปลี่ยนแปลง

หัวใจของการลดน้ำหนักนั้นคือ ” น้ำหนักเราจะลดลงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเราได้พลังงานจากอาหารที่ทานน้อยกว่าพลังงานที่เราใช้หรือเปล่า? “

พลังงานที่ได้จากอาหารส่งผลต่อความอ้วน

      สำหรับคนที่มีความตั้งใจ ใยอาหารอาจจะช่วยให้ลดน้ำหนักลงได้ 20-30%

3. ดักจับไขมัน แป้ง คาร์โบไฮเดรต

อาหารเสริมลดน้ำหนัก แบบนี้ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบเม็ด มักทำมาจากใยอาหาร กรดผลไม้ต่างๆ ส่วนแบบที่ดักจับคาร์โบไฮเดรต แป้ง มักจะมีส่วนผสมของใยอาหาร โครเมียม สารสกัดจากส้มแขก.. การออกฤทธิ์ของอาหารเสริมแบบดักจับไขมัน จะแบ่งได้ 2 แบบใหญ่ๆ

  • แบบแรกนั้นจะเข้าไปจับตัวกับไขมันโดยตรงทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยลง
  • แบบที่ 2 จะเป็นแบบที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยลง ซึ่งที่ทานกันเป็นประจำจะเป็นเม็ดแคปซูลสีฟ้า โดยไขมันส่วนที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ ก็จะถูกขับออกมาพร้อมอุจจาระ

อาหารเสริมลดน้ำหนักดักจับไขมัน เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่เราทานเข้าไปนั้น จะถูกร่างกายย่อยสลายจนกลายเป็นน้ำตาล เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานให้กับร่างกาย ซึ่งถ้ามีน้ำตาลเหลือ(ใช้ไม่หมด) ร่างกายก็จะเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นไขมันแล้วเก็บสะสมเอาไว้

อาหารเสริมที่ใช้ดักคาร์โบไฮเดรตนั้น แบบหนึ่งจึงเข้าไปทำงานโดยไปเกาะกับน้ําตาล ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้น้อยลงเช่น ใยอาหาร

ส่วนอีกแบบจะทำงานช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำตาลที่เหลือในร่างกายเปลี่ยนเป็นไขมัน และช่วยให้ร่างกายนำเอาน้ำตาลที่อยู่ในเลือดไปใช้ได้ดีขึ้น เช่นโครเมียม สารสกัดจากส้มแขก ด้วยสรรพคุณที่ว่านี้ ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลน้อยลง

ปัจจัยหลักที่จะทำให้การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้สำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าอาหารเสริมที่เราทาน ช่วยให้เราได้พลังงานจากอาหารน้อยลงแค่ไหน?

ลดน้ำหนักต้องควบคู่กับการคุมอาหาร

เช่น อาหารเสริมที่ทาน สามารถดักจับไขมันได้ 10 กรัม ก็แปลว่าอาหารเสริมนั้นช่วยให้เราได้พลังงานจากอาหารน้อยลง 90 kCal/วัน

ถ้าเรากินเท่าเดิม เราต้องใช้เวลานาน 85 วัน ถึงจะลดน้ำหนักลงได้ 1 กิโลกรัม

หรือถ้าอาหารเสริมที่เราทานสามารถดักจับคาร์โบไฮเดรตได้ 20 กรัม ก็แปลว่าอาหารเสริมนั้นช่วยให้เราได้พลังงานจากอาหารน้อยลง 80 kCal/วัน ถ้าเราทานเท่าเดิม เราก็จะใช้เวลา 96 วันถึงลดได้ 1 กิโลกรัม

ในความเป็นจริงแล้ว อาหารเสริมไม่สามารถที่จะดักจับไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่เราทานเข้าไปได้มากมายอย่างที่เราคาดหวัง

รวมถึงไม่มีผลงานวิจัยที่ระบุหรือเขียนข้างฉลากว่าสามารถดักได้มากน้อยเท่าไหร่ ที่แน่ๆมันไม่ได้ช่วยดักจับได้มากอย่างที่เราคาดหวังแน่นอน

จะเห็นได้ว่ามันจะช่วยให้เราได้รับพลังงานน้อยลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ใครที่ลดน้ําหนักลงได้ ก็เพราะควบคุมด้วยตัวเองเป็นหลัก

ความชะล่าใจเพราะคิดว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักช่วยได้ ทำให้กินเยอะจนอ้วนขึ้น

      มันน่าเศร้าสำหรับคนที่ทานแล้วชะล่าใจ คิดว่าสามารถดักจับไขมันได้ทั้งหมด เลยทานแบบไม่บันยะบันยัง จนได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าพลังงานที่ใช้ แทนที่น้ำหนักจะลด เลยกลับเป็นเพิ่มขึ้นไปอีก

4. เร่งการเผาผลาญไขมัน (กระชับสัดส่วน)

อาหารเสริมลดน้ำหนัก ประเภทนี้จะมีมากที่สุดในท้องตลาด เรามักจะได้เห็นลักษณะการโฆษณาว่า ช่วยกระชับสัดส่วน ลดไขมันส่วนเกิน ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยเร่งการเผาผลาญ ช่วยลดมวลไขมัน ช่วยเพิ่มความร้อน

อาหารเสริมแบบนี้มักจะมีส่วนผสมของ CLA (กรดไขมัน)  LCH (คอลลาเจนชนิดหนึ่ง) ซึ่งพบในพริกไทยดำ ชาเขียว กรดผลไม้ coQ10 ถั่วขาว แอลไลซีน  L-Carnitine

อาหารเสริมลดความอ้วนกลุ่มนี้จะมีการพัฒนาการนำเสนอ พยายามให้ดูเหมือนมีสูตรใหม่ แต่จริงๆแล้วถึงจะเปลี่ยนชื่อไป แต่สรรพคุณก็แทบไม่ได้เปลี่ยน

อาหารเสริมลดน้ำหนักเพื่อกระชับสัดส่วน

 อาหารเสริมประเภทนี้อาจช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ร่างกายมีอัตราเผาผลาญมากขึ้น หรือทำให้เผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อร่างกายมีอัตราเผาผลาญที่มากขึ้น ก็จะทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่จะดึงไขมันที่สะสมเอาไว้มาใช้ ไขมันก็จะลดลง น้ำหนักลด สัดส่วนก็จะกระชับขึ้น

ปัจจัยที่จะทำให้การลดน้ำหนักด้วยอาหารเสริมประเภทนี้สำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า อาหารเสริมที่เราทานช่วยเผาผลาญไขมันจริงๆได้เท่าไหร่?

เช่น ถ้าปกติเราใช้พลังงาน 2,000 kCal/วัน แล้วอาหารเสริมช่วยให้เผาผลาญเพิ่มขึ้น 5%  เราก็จะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 100 kCal/วัน ถ้าเรากินอาหารเท่าเดิมแล้วทานอาหารเสริม เราจะใช้เวลา 77 วัน ถึงจะลดน้ำหนักลงได้ 1 กิโล

ดูคล้ายกับอาหารเสริมที่ช่วยดักจับไขมัน แป้ง คาร์โบไฮเดรต ที่ผู้จำหน่ายไม่บอกให้ชัดเจนว่าสามารถเผาผลาญไขมันได้ปริมาณมากน้อยแค่ไหน

จากข้อมูลจะเห็นว่าอาหารเสริมที่เร่งการเผาผลาญ จะช่วยให้เราเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นได้ไม่มากเท่าไร จึงแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย

อาหารเสริมที่ช่วยเผาพลาญพลังงานแทบไม่ช่วยในการลดน้ำหนัก

5. ครอบจักรวาล

คือ อาหารเสริมลดน้ำหนักประเภทเม็ดเดียวซองเดียวและให้ผลครอบจักรวาล ทั้งดักจับไขมัน คาร์โบไฮเดรต ช่วยกระชับสัดส่วน ช่วยเผาผลาญไขมัน

การที่อาหารเสริมเม็ดเดียวซองเดียว สามารถให้สรรพคุณที่หลากหลายนั้นก็จะช่วยเราหลายเรื่องในการทานเพียงครั้งเดียว แต่เราต้องมองพื้นฐานของความเป็นจริงว่า เม็ดเดียวให้สรรพคุณอย่างเดียว

ก็แปลว่า ใน 100 กรัมจะทำหน้าที่อย่างเดียว แต่ถ้าเม็ดเดียวช่วยหลายอย่างก็แปลว่าใน 100 กรัม ก็ต้องแบ่งออกเป็น 20 กรัมทำหน้าที่อย่างหนึ่งอีก 20 กรัมทำหน้าที่อีกอย่างนึง..

พูดง่ายๆว่าประสิทธิภาพของแต่ละอย่างก็จะลดลง เมื่อเทียบกับการทาน 1 เม็ดแล้วช่วยด้านเดียว ฉะนั้นถ้ากินอาหารเสริมดักไขมัน 1 เม็ดสามารถดักไขมันได้ 10 กรัม แบบครอบจักรวาลก็อาจดักได้แค่ 3 กรัมเท่านั้นเอง

ทำไมบางคนทานแล้วไม่ได้ผล

ทำไมทานอาหารเสริมลดน้ำหนักแล้วไม่ได้ผล

ที่ผ่านมาคงทำให้เราพอเข้าใจมากขึ้นว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักเหล่านี้จะช่วยให้เราได้รับพลังงานจากอาหารน้อยลง หรือช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นไม่มากอย่างที่เราคิด  (50-100 kCal/วัน) สิ่งเหล่านี้จึงแทบไม่ได้ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างที่ตั้งใจ

ขณะเดียวกันคนที่ทานอาหารเสริมแล้ว ก็มักจะไม่ควบคุมอาหาร จึงมีโอกาสกินอาหารในระดับปกติที่ทานอยู่ และส่วนใหญ่อาจจะกินมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

เพราะชะล่าใจว่ามีตัวช่วยแล้ว ไม่ต้องห่วง จึงทำให้ยังได้รับพลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าพลังงานที่ใช้อยู่ดี จึงลดน้ำหนักไม่ได้

เช่น ปกติร่างกายเราเผาผลาญประมาณ 2,000 kCal/วัน แล้วเราจะกินอาหารได้พลังงาน 2,300 kcal  น้ำหนักจะค่อยๆเพิ่มขึ้น พอเรามากินอาหารเสริมที่เร่งการเผาผลาญเพิ่มขึ้น 5%  กลายเป็น 2,100 kCal/วัน แต่เรายังกินอาหารได้พลังงาน 2,300 เท่าเดิม ก็ยังคงได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าที่ใช้ น้ำหนักจึงไม่ลดลง แต่จะค่อยๆเพิ่มขึ้น

หากไม่ควบคุมอาหาร แม้ทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ก็ไม่สามารถผอมลงได้

 ถ้าร่างกายเราเผาผลาญพลังงานประมาณ 2,000 kCal/วัน แล้วเรากินอาหารได้พลังงาน 2,300  พอเรามากินอาหารเสริมที่ดักจับแป้งได้ 20 กรัม

เราจะได้พลังงานจากอาหารลดลง 80 kCal/วัน เหลือ 2,220  โดยที่ร่างกายเรายังคงเผาผลาญเท่าเดิม เราก็จะได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าที่ใช้ ผลลัพธ์คือ น้ำหนักก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นอยู่ดีเช่นกัน

ฉะนั้นถ้าเราอยากผอมจริงๆ เราต้องยอมรับความจริงดังกล่าว แล้วเลิกหวังลมๆแล้งๆว่าจะลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูก ง่ายๆ และดี หรือสบายๆแบบไม่ทำอะไรเลย (เพราะว่ามันไม่มี!!) และจากข้อมูลทั้งหมดคงทำให้เราคงตัดสินใจได้ว่า เราควรทานอาหารเสริมลดน้ำหนักเพื่อเป็นตัวช่วยเสริม ควบคู่กับการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ทั้งการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายที่ถูกวิธี

ไม่มีวิธีลดน้ำหนักที่ราคาถูก ง่ายๆ และดี หรือสบายๆแบบไม่ทำอะไรเลย

 และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเลือกทานอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก อย.

บทความที่น่าสนใจ

อาหารเสริมลดน้ำหนัก แบบไหน?..ที่คนนิยมใช้ลดความอ้วน was last modified: กรกฎาคม 15th, 2018 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์