ทำไมถึงเกิด โยโย่

ทำไมลดความอ้วนแล้วโยโย่

ทำไมถึงเกิด “โยโย่” 

ปกติแล้วคำว่าโยโย่ นั้น หมายถึงลูกดิ่งที่เด็กๆ เล่นกัน รูปร่างเหมือนแฮมเบอร์เกอร์แล้วมีเชือกผูกเอาไว้ เวลาโยนลงไปมันก็สามารถเด้งกลับมาได้ ทางการแพทย์จึงเรียกปรากฏการณ์ที่น้ำหนักตัวลดลงไปแล้วกลับเพิ่มมาอีกครั้งว่า โยโย่” นั่นเอง

เราต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า คำว่า “โยโย่” จะต้องใช้อธิบายกับวิธีการลดน้ำหนักที่เมื่อเราหยุดลดน้ำหนัก แล้วกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป ทานข้าว 3 มื้อไม่ทานของจุกจิกแต่น้ำหนักตัวกลับค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะกลับมาเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมก็ได้

ภาวะที่ผอมลงและน้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมาอีก เรียกว่า โยโย่

แต่หากวิธีการลดน้ำหนักไหนก็ตาม ที่เมื่อเราหยุดลดน้ำหนักแล้ว กลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป ทานข้าว 3 มื้อไม่กินจุกจิก แล้วน้ำหนักตัวคงที่ไม่เพิ่มขึ้น วิธีการนั้นเราจะเรียกว่าไม่ทำให้เกิดโยโย่

ส่วนคนที่ลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการ แล้วกลับมาทานสวาปามทานมากมาย ทานจุกจิกไม่ว่าเขาจะลดน้ำหนักด้วยวิธีการไหนก็ตาม เขาก็จะกลับมาอ้วนอยู่ดี (ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัยการทาน)

โยโย่ เกิดจากอะไร

โยโย่นั้นเกิดจากการที่เราลดน้ำหนักด้วยวิธีผิดๆ ที่ทำให้ร่างกายเราเผาผลาญน้อยลง เช่น จากเดิมเผาผลาญประมาณ 2000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน หลังจากลดน้ำหนักไปซักพักหนึ่งแล้ว ระดับการเผาผลาญอาจจะลดลงเป็น 1200 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของโยโย่

ภาวะโยโย่ เกิดจากการลดน้ำหนักแบบผิดๆ

วันหนึ่งเมื่อเรากลับมาทานอาหารปกติ ซึ่งเราจะได้พลังงานประมาณ 2000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน แต่ตอนนี้ร่างกายเราเผาผลาญเพียง 1200 กิโลแคลอรี่ต่อวัน เราก็จะอยู่ในสภาพที่ได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าพลังงานที่ใช้ เราก็จะอ้วนขึ้นนั่นเอง (ประมาณเดือนละ 3 กิโลกรัม)

สิ่งที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญลดลงขณะลดน้ำหนัก

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเรามีอัตราการเผาผลาญลดลงในขณะที่ลดน้ำหนัก มีสาเหตุจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง (หรือทั้งสองสาเหตุรวมกัน) ดังนี้

1. ทานโปรตีนไม่เพียงพอ อย่างที่ทราบไปว่า ยิ่งเรามีโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ปริมาณมากเท่าไหร่ ร่างกายเราก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานมากขึ้นเท่านั้น

การทานโปรตีนไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายสูญเสียโปรตีนไประหว่างลดน้ำหนักด้วย  เมื่อโปรตีนในร่างกายลดลงร่างกายก็จะเผาผลาญลดลงด้วย

2. ได้พลังงานจากอาหารน้อยเกินไป ร่างกายเราประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆ มากมาย ร่างกายเราจึงต้องการพลังงานอย่างน้อย 800 kcal

เพื่อให้อวัยวะต่างๆ สามารถทำงานได้ตามปกติ 

การทานโปรตีนไม่เพียงพอจะทำให้การเผาพลาญลดลง ส่งผลให้เกิดโยโย่

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเราทานอาหารได้พลังงานน้อยกว่า 800 kcal ก็คือ ร่างกายเราจะคิดว่าอยู่ในสภาวะอดอยากจึงเปลี่ยนระบบการทำงานให้ประหยัดพลังงานที่สุด ทำให้อยู่ในสภาวะคล้ายสัตว์จำศีล

อวัยวะแต่ละส่วนจะพยายามทำงานให้น้อยที่สุด ส่งผลให้ร่างกายเราเผาผลาญพลังงานน้อยลง ยิ่งอยู่ในสภาวะที่ได้พลังงานน้อยเกินไปนานแค่ไหน ร่างกายก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานน้อยลงเท่านั้น

และการที่อวัยวะเราทำงานน้อยลงหรือทำงานบกพร่อง ก็จะทำให้เรามีโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น หรือเป็นแล้วหายยากขึ้น คนที่ทานอาหารน้อยเกินไปจึงมักสุขภาพไม่แข็งแรง น้ำหนักลดลงยาก แต่เพิ่มขึ้นง่าย

คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หากทานอาหารที่ให้พลังงานน้อยเกินไป อาจจะทำให้อาการทรุดลงจนเสียชีวิตได้จึงควรระวังเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การที่ร่างกายทำตัวเหมือนสัตว์จำศีล ร่างกายจะพยายามเก็บไขมันไว้ใช้ในยามจำเป็นให้มากที่สุด ผลก็คือ เราจะมีไขมันสะสมเพิ่มขึ้น มีปัญหาเรื่องสัดส่วนเกินมากขึ้น

คนที่ลดน้ำหนักแบบผิดๆ จึงมักจะมีปัญหาเรื่องสัดส่วนเกินมากกว่าคนที่มีน้ำหนักพอๆ กันที่ลดแบบถูกวิธี

ทำยังไงไม่ให้ โยโย่

วิธีการที่จะทำให้ไม่เกิดโยโย่ก็คือ เราต้องเลือกวิธีการลดน้ำหนัก ที่ไม่ทำให้การเผาผลาญของร่างกายเราลดลง นั่นคือ

ข้อควรรู้ในการลดความอ้วนคือ ทานอาหารไม่น้อยกว่า 800 kcal ต่อวัน

1. เราจะต้องทานโปรตีนให้เพียงพอในระหว่างลดน้ำหนัก

2. เราจะต้องทานอาหารให้ได้พลังงานไม่ต่ำกว่า 800 กิโลแคลอรีต่อวัน

มีเวลาให้ร่างกายได้ปรับตัว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะลดน้ำหนักด้วยวิธีการที่ไม่ทำให้เกิดโยโย่ เราก็จำเป็นจะต้องให้เวลาร่างกายปรับตัว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาหลังจากหยุดลดน้ำหนัก

เนื่องจากร่างกายของเราจะทำงานในลักษณะที่มีการเก็บข้อมูลของร่างกายเอาไว้ คล้ายๆกับการมีหน่วยความจำ(Memory) เล็กๆ ที่คอยเก็บข้อมูลเรื่องน้ำหนักและเรื่องต่างๆ เอาไว้เพื่อให้ร่างกายเราทำงานได้อย่างเหมาะสม

ควรคงสภาพการลดน้ำหนักไว้ให้ร่างกายได้ปรับตัวเพื่อป้องกันการเกิดโยโย่

เช่น วันนี้เราอาจจะลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการแล้ว แต่เนื่องจากข้อมูลบางส่วนในร่างกายเราจะยังคงเป็นข้อมูลของเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเราหยุดทุกอย่างทันทีก็คือ ร่างกายจะพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อมูลที่มีอยู่

หากเมื่อ 3 เดือนที่แล้วเราหนัก 60 กิโลกรัม ร่างกายก็จะพยายามปรับตัวให้กลับไปสู่น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ซึ่งก็จะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้

ฉะนั้นเมื่อเราลดน้ำหนักได้ตามที่เราต้องการแล้ว เราจะต้องคงสภาพการทานและการออกกำลังกายเหมือนตอนที่เราลดน้ำหนักต่อไปอีก แล้วค่อยๆ ปรับการทานและการออกกำลังกายให้กลับมาเป็นปกติ

คงสภาพการทานและออกกำลังกายไว้แล้วค่อยๆทานปกติ จะไม่โยโย่

โดยให้เวลาร่างกายในการปรับตัวประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้ร่างกายสามารถจดจำน้ำหนักนั้นได้ หลังจากนั้นเราก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยจะไม่ทำให้เกิดโยโย่ขึ้นด้วย

hypro ลดน้ำหนักเสริมโปรตีน หุ่นสวย

บทความที่น่าสนใจ

ทำไมถึงเกิด โยโย่ was last modified: เมษายน 5th, 2018 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์