โรคเบาหวาน…ปราบให้อยู่หมัด

เอาโรคเบาหวานให้อยู่หมัด น้ำตาล ยา สมุนไพร ปวดหัว ออกกำลังกาย

เอา “โรคเบาหวาน” ให้อยู่หมัด

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เรารู้จักคุ้นชื่อกันมานาน  โดยเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญสารอาหาร 3 ชนิด คือ แป้ง โปรตีน และไขมัน

ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดมีปริมาณสูงกว่าปกติ เป็นผลจากความบกพร่องหรือความผิดปกติของระดับฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่คอยควบคุมการเผาผลาญสารอาหารทั้งสามชนิดนี้

ในขณะที่เนื้อเยื่อของร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลนั้นไปใช้เป็นพลังงานหรือนำไปใช้ได้ไม่เต็มที่ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดมีปริมาณมากเกินพอดี โรคเบาหวานเกิดจากอะไรนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม

ถ้าญาติสายตรงเป็นเบาหวาน(พ่อ แม่ พี่ น้อง) ก็มีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่าคนปกติ ส่วนสาเหตุอย่างอื่นได้แก่ อ้วนเกินไป มีลูกมากเกินไป หรือแม้แต่การรับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นประจำก็มีโอกาสเป็นเบาหวานได้เช่นกัน โรคเบาหวาน ที่สำคัญมี 2 แบบ

  • ประเภทที่ 1 (ต้องพึ่งอินซูลิน โดยการฉีด) เป็นคนที่ตับอ่อนเสื่อมสภาพจนไม่สามารถสร้างอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เลย ส่วนใหญ่มีอายุน้อย ผอม อาการของโรคลุกลามรวดเร็ว และรุนแรง
  • ประเภทที่ 2 (เพิ่มอินซูลินในร่างกายได้โดยการรับประทานยา) เป็นผู้ป่วยที่ตับอ่อนยังสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้ แต่ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร ประกอบกับร่างกายต้องการอินซูลินมากกว่าปกติเพื่อใช้ในการเผาผลาญสารอาหารที่มากเกินพอนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุ อ้วน อาการของโรคไม่รุนแรง บางรายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่

ภาวะฉุกเฉินของคนเป็นเบาหวาน

ภาวะฉุกเฉินในผู้ที่เป็นเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวเช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเกิดได้ทั้งกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 และ 2 ภาวะฉุกเฉินนี้นับเป็น “ภัยมืดคุกคามชีวิต” ซึ่งหากไม่มีความรู้ความเข้าใจในการสังเกตสัญญาณเตือนก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นเราควรรู้ไว้เผื่อยามจำเป็นนะครับ

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ คือภาวะระดับน้ำตาลในเลือดลงกว่า 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นทันทีทันใดจนเป็นเหตุให้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จึงควรระลึกไว้เสมอว่า “ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นสาเหตุให้เกิดลมชัก หมดสติ สมองพิการ หรือเสียชีวิตได้” สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเช่น

  • ฉีดอินซูลิน หรือรับประทานยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือดเกินขนาด
  • รับประทานอาหารไม่เพียงพอ พลาดเวลาอาหารหลักหรืออาหารว่าง
  • ออกกำลังกายมากเกินควรแล้วรับประทานอาหารไม่เพียงพอ

สัญญาณเตือนภัย

ที่บ่งชี้ถึงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มีได้หลายระดับดังนี้

  1. สัญญาณระดับเบา ได้แก่ อาการมึนงง ตัวสั่น ประสาทเครียด สับสน วุ่นวาย ใจสั่น เต้นเร็ว หรือมีความรู้สึกยุบยิบหรือสั่นที่ลิ้นหรือริมฝีปาก เหมือนมีมดมาไต่
  2. สัญญาณระดับกลาง ได้แก่ อาการง่วงหงาวหาวนอนมากกว่าปกติ ปวดหัว มีอากัปกริยาหรือความรู้สึกแปลกๆผิดไปจากธรรมดาที่เคยเป็น มองภาพไม่ชัดเจน รู้สึกไม่สลายในท้อง โกรธง่าย อาการคล้ายโรคซึมเศร้าไม่มีเหตุผล หรือปฏิบัติงานหรือทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ตามปกติ
  3. สัญญาณเตือนภัยระดับรุนแรง ได้แก่ อาการชักกระตุก หมดสติ

ภาวะฉุกเฉินระดับรุนแรงนี้คุณจะช่วยตัวเองไม่ได้เลย หากไม่ได้รับอาการบำบัดอย่างทันท่วงทีคุณอาจเสียชีวิตได้ จึงควรมีบัตรประจำตัว สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ที่แสดงให้รู้ว่าเป็นเบาหวานถ้ามีผู้พบเห็นจะได้ช่วยเหลือ หรือนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน

การแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำ

  1. เมื่อมีอาการเตือนและคุณยังมีสติอยู่ ควรดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผมไม้ ของหวาน หรือลูกกวาดที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบทันที
  2. กรณีน้ำตาลในเลือดต่ำมาก และมีอาการชัก หมดสติ ควรนำส่งโรงพยาบาลทันที

การปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

  1. ห้ามพลาดอาหารมื้อหลักและอาหารว่าง
  2. หากต้องการออกกำลังกายมากกว่าปกติ ควรเพิ่มปริมาณอาหาร และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังการออกกำลังกาย
  3. ควรพกลูกกวาด น้ำตาลก้อน หรือน้ำหวานติดตัว
  4. ฉีดหรือรับประทานยาตามแพทย์สั่งในปริมาณและเวลาที่ถูกต้อง
  5. ตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ
  6. ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลหากมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำบ่อย

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงประมาณ 240 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือสูงกว่านี้ตลอดเวลา ซึ่งแสดงว่าคุณไม่สามารถควบคุมเบาหวานได้ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นช้าๆในคนส่วนใหญ่เป็นเวลานาน ปัญหาร้ายแรงจะเกิดได้หลายลักษณะ โดยเฉพาะความพิการซึ่งเกิดกับหลอดเลือดฝอยไปเลี้ยงที่ตา ไต ปลายประสาท และหลอดเลือดขนาดใหญ่ที่เลี้ยงสมอง หัวใจ บริเวณแขนขา

  • ถ้าคุณเป็นเบาหวานประเภทที่ 1 (ประเภทต้องพึ่งอินสุลิน โดยการฉีด)ถ้าขาดอินสุลินจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก ประกอบกับการมีกรดคีโตนในเลือดสูง จะทำให้มีอาการหอบลึก มีกลิ่นหอมหวานจากลมหายใจ ซึ่งเป็นอาการรุนแรงเฉียบพลัน นับเป็นภาวะฉุกเฉิน จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทันที
  • ถ้าเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 (ประเภทที่เพิ่มระดับอินสุลินโดยยากิน) อาจเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก แต่ไม่มีกรดคีโตนในเลือด มีอาการชักกระตุกเป็นบางส่วน บริเวณแขนขา และไม่รู้สึกตัว ไม่หอบ ไม่มีกลิ่นหอมหวานจากลมหายใจ

สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง มักเกิดจากไม่ควบคุมอาหาร ขาดการออกกำลังกาย ไม่ได้ฉีดอินซูลินหรือไม่ได้รับยาเม็ดรับประทานโดยสม่ำเสมอ หรือบังเอิญไปรับประทานยาที่มีฤทธิ์ต้านกับฤทธิ์อินซูลิน

สัญญาณเตือนภัยที่บ่งชี้ถึงน้ำตาลในเลือดสูง เช่น กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย ตามัว ปัสสาวะบ่อยมากโดยเฉพาะในเวลากลางคืน อารมณ์อ่อนไหว โกรธง่าย เป็นแผลง่าย หายยาก มีภาวะติดเชื้อ ลุกลามเร็ว

การปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

  1. ปฏิบัติตนตามโภชนบำบัดที่ได้วางแผนไว้ พยายามไม่พลาดเวลาอาหารหลัก
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรตรวจระดับน้ำตาลก่อนและหลังการออกกำลังกาย
  3. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ในปริมาณ ขนาด และเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
  4. ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ
  5. ถ้าไม่สบาย ควรปฏิบัติตนดังนี้
    • พักผ่อนมากๆ
    • ดื่มน้ำมากๆ
    • ถ้ารับประทานอาหารตามปกติไม่ได้ ให้ดื่มเครื่องดื่มหรือน้ำผลไม่ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบแทน
    • ตรวจระดับน้ำตาลด้วยตนเองทุกๆ 2-4 ชั่วโมง ถ้าน้ำตาลสูงเกินกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญในทันที

      ภาวะฉุกเฉินในผู้ที่เป็นเบาหวาน เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของปัญหาที่อาจเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา สัญญาณเตือนภัยต่างๆ จะเป็นสิ่งที่คอยเตือนใจให้มีสามัญสำนึกในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันให้ถูกต้อง

พยายามระมัดระวังรักษาสมดุลระหว่างกายบำบัดรักษา การออกกำลังกาย และการเสริมอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูงเช่นเบต้ากลูแคน หรือสมุนไพรสกัดน้ำว่านหางจระเข้.. 

รักษาเบาหวานด้วยน้ำว่านหางจระเข้

เครื่องดื่มสุขภาพ น้ำว่านหางจระเข้คุณภาพ S Vera Plus

>> S Vera Plus สุดยอดน้ำว่านหางจระเข้ <<

โรคเบาหวาน…ปราบให้อยู่หมัด was last modified: กรกฎาคม 18th, 2017 by admin

เว็บไซต์นี้ มิใช่ เว็บไซต์บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด จัดทำโดย นายศุภโชค ศิริเลิศไชยยันต์