
เงินสี่ด้าน
งานสร้างเงิน เป็นคำพูดหนึ่งที่คุณอาจได้ยินมานาน.. ทุกคนล้วนทำงานเพื่อให้ได้เงินมาเพื่อเลี้ยงชีพ,ใช้จ่าย,สร้างความสุขฯ ทุกวันนี้ลักษณะการใช้เงินได้ยังกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนเลยก็มี “เงินไม่ได้สำคัญที่สุดในชีวิตหรอกครับ มันสำคัญแค่ตอนใช้..” แล้วตอนไหนล่ะที่ต้องใช้ ?? ก็ทุกตอนนั่นล่ะครับ.. ! กินอยู่ใช้เงินมั๊ย?การศึกษาใช้เงินมั๊ย?สร้างถนนใช้เงินมั๊ย?สร้างวัดใช้เงินมั๊ย?รักษาพยาบาลพ่อแม่ใช้เงินมั๊ย? ใช่..ทุกอย่างใช้เงินหมดครับ
Robert T.kiyosaki นักการตลาดชั้นแนวหน้าของโลกชาวญี่ปุ่น ผู้เขียนหนังสือ RichDad Poordad (พ่อรวย สอนลูก) หลายต่อหลายเล่มจนเป็นที่รู้จักทั่วโลก ให้แนวคิดเกี่ยวกับเรื่อง“เงินสี่ด้าน” และงานสี่ประเภทได้อย่างชัดคมชัดเจน น่าคิดทีเดียว
ด้วยแนวคิดและวิธีการในการทำงานอย่างเหนือชั้นของ Kiyosaki ที่สามารถอธิบายการทำงานลักษณะต่างๆ ให้มองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือเรื่องจริงในชีวิต และด้วยแนวคิดเงินสี่ด้านนี้เองที่สามารถพลิกผันชีวิตผู้คนมากมายให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

E S B I คุณเป็นคนประเภทไหน ??
• E (Employee) – ลูกจ้าง
- ต้องการความมั่นคง รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
- รายได้ จำกัดตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย.. มีเพดานจำกัดรายได้
- นายจ้างเป็นผู้กำหนดวิถีชีวิต และเงินเดือนให้คุณ
- ขาดอิสรภาพในการทำงาน เช่นต้องเซ็นต์ชื่อ ตอกบัตร และอีกมากมาย รวมทั้งอิสรภาพด้านความคิด และอิสรภาพของชีวิต
- ตกงานเท่ากับล้มละลาย (คนตกงาน 3 เดือน ไม่ต่างจากคนล้มละลาย)
- อยู่ในวงจรหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ
• S (Self-employed) – ธุรกิจส่วนตัว
- ขายเวลาแลกกับเงิน จ้างตัวเองทำงาน
- ชอบคิดเองทำเอง, ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง เมื่อทำงานหนักก็หวังที่จะได้รับค่าตอบแทนคุ้มกับงานนั้นๆ ไม่ต้องการให้ใครมาควบคุมรายได้ของตนเอง โดยเฉพาะคนที่ทำงานน้อยกว่า
- ต้องการเป็นอิสระ
- ขาดประสบการณ์ และความชำนาญเมื่อเริ่มแรก
- อาจต้องเผชิญกับคู่แข่งที่มีทุนหนากว่า หรือศักยภาพมากกว่า
- บางรายอาจจะทนทำ เพราะชอบอิสระ แต่ไม่มีอิสรภาพ หยุดงานเมื่อไหร่รายได้ก็หยุดตาม
• B (Business Owner) – เจ้าของกิจการ
- ต้องมีเงินทุน จำนวนมาก
- มีระบบรองรับการทำงาน
- จะเที่ยวจ้างคนเก่งๆ มีความสามารถมาช่วยทำงาน หมดปัญหาเรื่องประสบการณ์ความชำนาญ
- มีอิสรภาพ เมื่อหยุดทำก็ยังมีรายได้
B มีหลายรูปแบบ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น
– บริษัท
– แฟรนไชน์
– ธุรกิจเครือข่าย ก็เป็นเป็นอีกช่องทางนึงที่จะเป็นเจ้าของกิจการได้ โดยมีความเสี่ยงน้อย
• I (Investor) – นักลงทุน
- ไม่อยากเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต และมีอิสรภาพ
- นักลงทุนใช้เงินทำงาน เขาจึงไม่ต้องทำงานเพราะใช้เงินทำงานแทน เมื่อหยุดทำก็ยังมีรายได้
- มุ่งที่ผลตอบแทนจากการปันผล ผลกำไร ส่วนต่าง ดอกเบี้ย
- ซื้อกิจการมาปรับปรุง แล้วขายต่อ
- นักลงทุน คือ จุดเริ่มต้นไปสู่ความร่ำรวย
เงินสี่ด้าน ไม่ใช่กฏตายตัว แต่มันเป็นแนวทางที่ทำให้ผู้คนมากมายสามารถที่จะย้ายจากฝั่งซ้าย (E และ S) ข้ามมาฝั่งขวา (B และ I) สามารถก้าวพ้นจากภาวะขัดสนทางการเงินสู่ความมั่นคงและมั่งคั่งในชีวิตมากขึ้น จนกระทั่งสามารถพัฒนาไปจนถึงอิสรภาพทางการเงินได้ในที่สุด
หากแนวคิดนี้ตรงกับความต้องการ และคุณพร้อมที่จะย้ายข้ามฝั่งมาด้านขวาแล้ว…ล่ะก็
