FAQ, ฝุ่นพิษ PM 2.5

วิธีดูแลตัวเองจาก ฝุ่นพิษ PM 2.5

%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-pm-25

ปลอดภัยจาก ฝุ่นพิษ PM 2.5

ด้วยการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี

เพราะมนุษย์ต้องการอากาศในการหายใจ เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายในการดำรงชีวิต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราพบว่า ฝุ่นพิษ หรือ ฝุ่น PM 2.5 ได้เพิ่มสูงขึ้นในอากาศ

และส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้คนเจ็บป่วยมากขึ้น ซึ่งปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะในประเทศไทย หากแต่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นเราจึงไม่ควรนิ่งนอนใจต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ส่งผลต่อสุขภาพ

โดยเฉพาะคนที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ เพราะการที่ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กมากๆ ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ เราจึงไม่พึงระวังตัว จะมารู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อได้แสดงอาการผิดปกติหรือเจ็บป่วยแล้ว

♦ ฝุ่นพิษ PM 2.5 คืออะไร ♦

ฝุ่นพิษ PM 2.5 คืออะไร

PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม หรือมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดเม็ดเลือด

โดย PM 2.5 มีลักษณะขรุขระคล้ายสำลี มีน้ำหนักเบา สามารถล่องลอยอยู่ในอากาศได้นาน โดยปกติฝุ่นขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดของโลก แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน

ฝุ่นพิษ PM 2.5 ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ยิ่งเป็นฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กกว่า ก็ยิ่งลอยในอากาศได้ยาวนานขึ้น และสามารถปะปนกับมลพิษอื่น ๆ ในอากาศ เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ

ขณะที่เราสูดอากาศหายใจผ่านจมูก ฝุ่นละอองขนาดใหญ่บางส่วนจะถูกดักจับโดยขนจมูก ไปเป็นขี้มูกหรือเสมหะ ส่วน ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มีขนาดเล็ก สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจผ่านหลอดลม เข้าไปยังถุงลมในปอด และผ่านเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้

จึงส่งผลเสียต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคมะเร็งปอด

การจารจรติดขัด ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5

โดยปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้น มีสาเหตุส่วนใหญ่ จาก

  • การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์
  • การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์
  • การผลิตไฟฟ้า
  • การผลิตสิ่งของจากภาคอุตสาหกรรม
  • การเผาสิ่งของในที่โล่ง

ดังนั้น เขตพื้นที่หรือจังหวัดใดที่มีรถยนต์อยู่บนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ก็จะมี PM 2.5 ในปริมาณสูง เช่น กรุงเทพมหานคร หรือเมืองใหญ่ๆที่มีรถยนต์หนาแน่ เขตพื้นที่ใดที่เป็นเขตโรงงานอุตสาหกรรม ก็จะมีปริมาณของ PM 2.5 สูง

เขตโรงงานอุตสาหกรรมมีปริมาณของ PM 2.5 สูง

และเขตพื้นที่ใดที่มีการเผาสิ่งของในที่โล่งมากๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ในหน้าฤดูเตรียมเพาะปลูก เกษตรกรก็จะเผาหญ้าเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ก็จะมีปริมาณ PM 2.5 สูงมากและลอยหนาแน่นในอากาศ จึงเป็นเหตุให้ท้องฟ้าขมุกขมัวจนเครื่องบินไม่สามารถขึ้นลงได้

การที่เราได้สูดเอา ฝุ่นพิษ PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากหรือบ่อยครั้ง จะส่งผลให้ป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ฯลฯ ได้

เมื่อทราบถึงภยันตรายที่มากับ PM 2.5 แล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้ตัวคุณเองมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. สวมหน้ากากอนามัย

ในช่วงเวลาที่อากาศมีฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณสูง ควรหาซื้อหน้ากากชนิด N95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้

หน้ากากชนิด N95 ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้

โดยต้องใส่หน้ากากให้ขอบแนบสนิทกับโครงรูปหน้า เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกรั่วเข้าไป แนะนำว่าควรมีหน้ากาก N95 ติดตัว ติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา เพื่อสะดวกในการหยิบใช้ได้ทันที

ไม่ควรใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาที่ป้องกันได้แต่ฝุ่นหยาบ ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละเอียดอย่าง PM 2.5 ได้

2. งดออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง

ในช่วงที่มี ฝุ่นพิษ PM 2.5 ในอากาศสูง ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง เพราะขณะที่ร่างกายออกกำลังกาย ความต้องการออกซิเจนจะเพิ่มสูงขึ้น จะเพิ่มอัตราการหายใจ ก็จะยิ่งหายใจเอาฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายจำนวนมากขึ้น

ออกกำลังกายในร่ม ในฟิตเนส

ถ้าจะใส่หน้ากาก N95 แล้วออกกำลังกายไปด้วย ก็คงจะอึดอัดในการหายใจอย่างมาก คำแนะนำคือ ในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง ควรออกกำลังกายภายในบ้านหรือออกกำลังในฟิตเนสเซ็นเตอร์ต่างๆ จะปลอดภัยกว่า

3. ปิดประตูหน้าต่างอยู่เสมอ

ควรปิดประตูหน้าต่างบ้านให้สนิทเพื่อลดปริมาณ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ให้เข้าสู่บริเวณบ้านให้ลดน้อยลง ยิ่งลดปริมาณฝุ่นเข้าสู่บริเวณบ้าน ก็ยิ่งลดภัยจาก PM 2.5 ได้มากเท่านั้น

4. อยู่แต่ในห้องแอร์

อยู่ภายในห้องแอร์

โดยปกติห้องแอร์จะต้องติดกระจกหรือปิดประตูหน้าต่างตลอดเวลา เพื่อป้องกันอากาศร้อนจากภายนอกเข้ามาและไม่ให้อากาศเย็นรั่วออกไป เพื่อให้อุณหภูมิของห้องลง การที่ห้องแอร์เป็นห้องแบบปิดก็เป็นการลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ให้เข้าสู่ห้องให้ลดน้อยลงเช่นกัน

5. ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้อง

แม้จะปิดห้องให้มิดชิดอย่างไร ก็ยังมีฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ เพียงแต่ปริมาณไม่สูงมากเกินจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ใครที่ต้องการลดปริมาณฝุ่นในห้องให้ลดน้อยลงไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน

ก็สามารถซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีเครื่องฟอกอากาศหลากหลายชนิดที่สามารถลดปริมาณ ฝุ่น PM 2.5 ได้ บางชนิดออกแบบมาเพื่อกรองฝุ่น PM 2.5 โดยตรง

6. ดูแลความสะอาดเครื่องปรับอากาศในรถ

เครื่องปรับอากาศในรถ

ใครที่ใช้รถยนต์เป็นประจำ ควรดูแลทำความสะอาดระบบปรับอากาศและกรองอากาศในรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะสามารถลดปริมาณฝุ่นต่างๆ ภายในรถได้

7. งดสูบบุหรี่ 

ใครที่สูบบุหรี่ ควรงดการสูบให้น้อยลงหรือเลิกสูบได้จะดีมาก เพราะการสูบบุหรี่จะไปเพิ่มปริมาณ PM 2.5 ในอากาศ และสูบเอาปริมาณ PM 2.5 เข้าสู่ร่างกาย ยิ่งในช่วงที่มี PM 2.5 สูงมากในอากาศแล้วยังสูบบุหรี่อีก

บุหรี่ทำร้ายสุขภาพ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤต อัมพาต

ก็จะยิ่งทำให้ตัวคุณมีสุขภาพแย่ลงจาก PM 2.5 และมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดสูงขึ้น

8. ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 2 ลิตร/วัน

การดื่มน้ำมากขึ้น ช่วยให้คุณสดชื่น ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น การขับถ่ายของเสียดีขึ้น รวมถึงขับสารพิษต่างๆ ออกสู่ร่างกาย จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

น้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก กินเพื่อสุขภาพควรทานน้ำเยอะๆ

9. รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เลือกทานผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง อย่างเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส หรือ S.O.D ซึ่งสามารถลดผลกระทบของ PM 2.5 ต่อร่างกายได้

รวมถึงเลือกทานผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายและลดการอักเสบที่เกิดขึ้นจาก PM 2.5 ต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำว่านหางจระเข้เข้มข้น ที่สามารถลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี

ถามตอบเรื่อง ฝุ่นพิษ PM 2.5

Q : ผลิตภัณฑ์ S.O.D ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างไร?

A : เมื่อหายใจรับอากาศที่มีฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งเปรียบเสมือนสารอนุมูลอิสระเข้าสู่ทางเดินหายใจ เยื่อบุทางเดินหายใจจะสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ตลอดตั้งแต่จมูก ลำคอ กล่องเสียง หลอดลม แขนงขั้วปอด จนถึงถุงลมเล็กๆในปอด

ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำให้เกิดการอักเสบตามมา เมื่อรับฝุ่น PM 2.5 มากๆ จะทำให้ร่างกายตกอยู่ในภาวะเครียดหรือที่เรียกว่า Oxidative Stress ส่งผลทำให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระจำนวนมากในร่างกาย

S.O.D ป้องกันอนุมูลอิสระที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5

รวมถึงฝุ่น PM 2.5 บางส่วนจะแทรกซึมเข้าสู่หลอดเลือดเล็กๆ เข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด จนกระจายไปทั่วร่างกายส่งผลต่อการเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย

ดังนั้นจำเป็นต้องกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้เซลล์ในร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติ และมีประสิทธิภาพสูงสุด การดื่มผลิตภัณฑ์ S.O.D ทุกๆ วัน วันละ 2 เวลา

สามารถที่จะลดจำนวนอนุมูลอิสระที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างรวดเร็ว เพราะผลิตภัณฑ์ S.O.D มีเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส ซึ่งถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

สามารถช่วยลดอนุมูลอิสระในระบบทางเดินหายใจ จึงลดการทำลายเซลล์เยื่อบุ ทางเดินหายใจ ตลอดตั้งแต่จมูกจนถึงถุงลมเล็กๆ ในปอด และช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระในระบบไหลเวียนเลือด

ทำให้อนุมูลอิสระถูกสลายกลายไปเป็นน้ำและออกซิเจน จนไม่สามารถไปทำอันตรายต่อเซลล์ในอวัยวะต่างๆของร่างกายได้

น้ำเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ S.O.D More

Q : ผลิตภัณฑ์ S.O.D ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างไร?

เมื่อหายใจรับฝุ่น PM 2.5 ปริมาณสูงๆเข้าไปในปอด ฝุ่นพิษ จะเข้าไปอยู่ในเนื้อปอดที่มีถุงลมปอดเล็กๆ อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเยื่อบุในถุงลมปอดสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานานๆ จะทำให้เซลล์เยื่อบุในถุงลมปอดกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็ง

แล้วเซลล์มะเร็งค่อยๆ เติบโตมากขึ้นจนกลายเป็นก้อนมะเร็งหรือมะเร็งปอดในที่สุด ผลิตภัณฑ์ S.O.D ซึ่งมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด สามารถไปลดจำนวนสารอนุมูลอิสระนั่นก็คือ PM 2.5 ได้มากที่สุด

จึงทำให้เซลล์เยื่อบุในถุงลมปอดปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 ไม่กลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็ง จึงกล่าวได้ว่า “ผลิตภัณฑ์ S.O.D ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดจากฝุ่น PM 2.5 ได้”

♦ รายละเอียดสินค้า » น้ำเอนไซม์ S.O.D

Q : ผลิตภัณฑ์ S Vera Plus ฟื้นฟูทางเดินหายใจจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างไร?

น้ำว่านหางจระเข้ S Vera Plus Goji berry Nutrinal

เมื่อฝุ่น PM 2.5 สามารถก่อให้เกิดการระคายเคือง และการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนก๊าชออกซิเจน ทำให้บางคนมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

บางคนมีอาการไอหรือมีเสมหะมาก ยิ่งถ้าเป็นผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจอยู่ก่อน เช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง ก็จะยิ่งแสดงอาการออกมาได้ง่าย ซึ่งน้ำว่านหางจระเข้ S Vera Plus เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากว่านหางจระเข้สายพันธุ์ Barbadensis

มีสารอโลบิซินและอโลคูติน มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองการอักเสบตลอดทางเดินหายใจที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี และยังสามารถยับยั้งการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย

♦ รายละเอียดสินค้า » น้ำว่านหางจระเข้ S Vera Plus

เพิ่มภูมิต้านทาน หยุดอาการภูมิแพ้ด้วย S Vera Plusแอดไลน์เพื่อสั่งสินค้าที่ Line ID: tisa-scm

บทความที่น่าสนใจ

error: do not copy content!!