FAQ, มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่…เราป้องกันและเอาชนะได้!!

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-large-intestine-cancer

“มะเร็งลำไส้ใหญ่” โรคร้ายที่ป้องกันได้

หลายคนคงคาดไม่ถึงว่าในบรรดาโรคมะเร็งทั้งหลาย”โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก” เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของคนไทยรองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด

ลำไส้ใหญ่

เราจะพาคุณไปเจาะลึกกันว่าเหตุใดคนไทยถึงยังเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนักกันมากมายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ทั้งๆที่โรคนี้สามารถป้องกันได้

พล.ต.รศ.นพ.ปริญญา​ ทวีชัยการ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบลำไส้ใหญ่และทวารหนัก​และศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า​จะพาคุณไปไขคำตอบแบบเจาะลึกให้ทราบกัน

ปัจจุบันนอกจากคุณหมอปริญญา​จะเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งทางด้านนี้แล้ว คุณหมอยังเป็นผู้ผลักดันแนวคิดการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนไทยวัยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปต่อกระทรวงสาธารณสุขด้วย

การตรวจคัดกรองโรค

เพราะเล็งเห็นว่าโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้​ ดีกว่าประเทศต้องเสียค่ารักษาพยาบาลนับหมื่นๆ​ล้านบาทต่อปี​ กระทั่งคนไข้ก็อาจถึงขั้นเสียชีวิต​ คุณหมอจึงได้เสนอแนวคิดการรณรงค์ในการตรวจคัดกรองซึ่งค่าใช้จ่ายถูกกว่ามหาศาล

ติ่งเนื้อ​ (Polyp)​

เป็นเนื้อเยื่อที่เจริญผิดปกติบริเวณลำไส้ใหญ่​ที่ยังไม่ก่ออันตรายใดๆ​ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้​ ก็สามารถขยายขนาดโตขึ้นเป็นก้อนเนื้อร้ายในระยะเริ่มต้นและกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด

มะเร็ง​ (Cancer)

เซลล์มะเร็งที่เติบโตขึ้น

คือเซลล์ติ่งเนื้อที่กลายเป็นเนื้อร้าย​ อาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียงหรือต่อมน้ำเหลือง​ การผ่าตัดก้อนมะเร็งออกไปได้เร็วที่สุด จึงเป็นโอกาสดีที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากสาเหตุใด

ลำไส้ของคนเรามีอาหารที่เรากินผ่านลงไปตลอดเวลา​ บริเวณลำไส้ตรงนี้มันเหมือนถังขยะเป็นที่หมักหมมเก็บกักสัมผัสอุจจาระตลอด มะเร็งเกิดจากสารพิษจากอุจจาระไประคายเคืองเยื่อบุลำไส้​

พอระคายเคืองนานๆ​เข้าหลายสิบปี​ เยื่อบุลำไส้ก็แบ่งตัวผิดปกติเปลี่ยนแปลงไป​ หรือเกิดการผ่าเหล่า ซึ่งมีตัวกระตุ้นให้เกิดความระคายเคือง​คืออุจจาระที่มาจากอาหารที่เรากินนั่นเอง​

อุจจาระ ขับถ่ายของเสียจากร่างกาย

ดังนั้นลำไส้ใหญ่ส่วนที่อุจาระอยู่นานก็จะระคายเคืองนาน โอกาสที่จะเกิดมะเร็งตรงนั้นก็มากขึ้น​ มีการพิสูจน์แล้วว่าอาหารที่มีสัดส่วนของผักผลไม้น้อย แต่มีเนื้อสัตว์สีแดงสูง​ จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดน้ำดี​ทำให้ระคายเคืองเยื่อบุลำไส้​

พออายุ 40-50 ปีก็เกิดการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์​ เกิดซ้ำๆ​จนเกิดเป็นติ่งเนื้องอกเล็กๆ​ ที่เรียกว่า​ polyp  ซึ่งทิ้งไว้ 10 ปีก็จะเป็นมะเร็ง 100% ฉะนั้นถ้าเจอติ่งเนื้อก่อนแล้วตัดออก​ ก็จะปลอดภัยจากมะเร็ง

เดี๋ยวนี้คนในอังกฤษ​ อเมริกาเลยรณรงค์ให้ถ่ายกันวันละ 2 เวลา​ เช้า-เย็น​ ลำไส้สัมผัสอุจจาระน้อยเพียง 12 ชั่วโมง​ ดีกว่าถ่ายวันละครั้งหรือปล่อยให้ท้องผูก

อาการท้องผูกทำให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่

นี่คือสิ่งที่น่ากลัว​ เพราะระยะแรกนี่ไม่มีอาการอะไรเลย สามารถพบได้ด้วยการตรวจคัดกรองเท่านั้น​ ส่วนอาการที่เกิดขึ้นมักเป็นมากแล้ว​ อาการที่พบมากของ มะเร็งลำไส้ใหญ่​ คือ​ มีเลือดปนมากับอุจจาระ​

เพราะมะเร็งกินลึกไปถึงเส้นเลือดและมีโอกาสกระจายแล้ว หรืออุจจาระเล็กลงและมีเนื้อมะเร็งเกิดขึ้นในเยื่อบุลำไส้งอกจนเบียดลำไส้ให้รูแคบลง​ บางคนมีลำไส้อุดตัน​  ลำไส้แปรปรวน​ ท้องผูกสลับท้องเสีย​

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่

พวกนี้ล้วนเป็นระยะ 3 ทั้งสิ้น​ ดังนั้นคนที่จะพบในระยะ​ 1​ ได้จะเกิดจากการคัดกรองอย่างเดียว​ ดังนั้นทั่วโลกจึงกำหนดว่าคนที่ไม่มีอาการใดๆ​เลย​ ไม่มีญาติพี่น้องเป็น เมื่ออายุเกิน 50 ปี​ ควรได้รับการตรวจคัดกรอง

สาเหตุการตายของมะเร็งลำไส้ใหญ่

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ามะเร็งที่พบบ่อยกับมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายไม่เหมือนกัน​ ที่พบบ่อยได้แก่ มะเร็งปากมดลูก​ มะเร็งเต้านม​ พบบ่อยกว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก​ แต่ตายน้อยกว่าเพราะรักษาทัน​ ดังนั้นสาเหตุการตายจากมะเร็ง​ส่วนใหญ่ มาจาก

  • มะเร็งที่ไม่มีวิธีวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก มะเร็งใช้เวลาในการก่อตัวนาน​ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งและระยะแรกก็มีโอกาสหายได้มาก​ ดังนั้นมะเร็งที่มีอัตราตายสูงคือ​ มะเร็งที่ไม่มีวิธีตรวจพบแต่แรก​ เช่น​ มะเร็งตับ​ หรือ มะเร็งปอด ที่ส่วนมากจะพบเมื่อกระจายไปมากแล้ว

การรักษาที่ทำให้คุณหมออ่อนล้า

  • มะเร็งที่ไม่มีวิธีรักษาที่ดี​หรือหายขาด​ จะเห็นว่ามะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม มีวิธีตรวจหาตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งและมีวิธีรักษาที่ดี​ เมื่อพบก็จัดการรักษาเลยจึงได้ผลดีมาก​ ในขณะที่ทั้งมะเร็งตับและมะเร็งปอดตายเยอะ เพราะไม่มีวิธีพบตั้งแต่ระยะแรก​ และวิธีรักษาโรคระยะลุกลามแล้วที่ได้ผลดียังไม่เกิดขึ้น

ทำไมมะเร็งลำไส้ใหญ่จึงตายกันมาก

ข้อสังเกตว่าทำไมอัตราการตายจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจึงสูง​ ทั้งที่มีวิธีตรวจพบตั้งแต่ระยะก่อนเป็น​​และระยะเริ่มแรก​ รวมทั้งการรักษาก็ได้ผลดีด้วย​  แต่น่าเสียดายมากที่ส่วนใหญ่ 70% ที่พบก็มักจะเป็นระยะ 3

ซึ่งเป็นระยะที่แพร่กระจายและลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว​ ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนไม่ยอมมาตรวจ​ คือ กลัวและอายที่จะถูกตรวจทางทวารหนักจึงไม่ตระหนักถึงภัยนี้​

ห้องผ่าตัดภายในโรงพยาบาล

แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีการรณรงค์ทางสื่อทุกชนิดมากขึ้น​ จึงทำให้สามารถพบคนที่เป็นมะเร็งระยะ ​1​ มากขึ้น​ ทั้งที่หากได้รับการรักษาในระยะ​ 1​ โดยการผ่าตัดอย่างเดียวก็มีโอกาสหายขาดมากถึง 95%

วิธีการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่

1. การตรวจหาเลือดในอุจจาระ​ เพียงแพทย์นำอุจจาระจากทวารหนักส่งตรวจแลป เพื่อหาเลือดที่เกิดจากการหลุดลอกของเซลล์มะเร็งปนออกมากับอุจจาระ​ มีความแม่นยำสูงถึง 50% แต่อาจให้ผลบวกลวงสูง​ เพราะเลือดออกจากสาเหตุอื่นก็ได้

การตรวจหาผลจากห้องแล็บ

2. การสวนแป้ง​ เพื่อดูก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

3. การส่องกล้องดูลำไส้​ (colonoscopy)​ มีความแม่นยำที่สุดถึง 95% และเป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่ค่าใช้จ่ายสูง

4. CT Scan 64 slides เป็นการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำรองลงมาจากการส่องกล้อง​ แต่ค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน

ระยะของมะเร็งลำไส้ใหญ่

โดยทั่วไปคนไข้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม​ คือ​ กลุ่มที่เกิดขึ้นเอง 80% เฉลี่ยในคนอายุ 63 ปี​ จากสาเหตุที่เล่ามา​ ส่วนอีกกลุ่มประมาณ 10-20% ถ่ายทอดจากพันธุกรรม

ซึ่ง มะเร็งลำไส้ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 ระยะ​ ได้แก่

  • ระยะ​ 1​ อยู่ภายในผนังลำไส้ โดยมักจะพบมะเร็งในเยื่อบุผนังลำไส้หรือไส้ตรง
  • ระยะ 2 ลุกลามออกมานอกผนังลำไส้ โดยมะเร็งได้กระจายออกไปนอกลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรง​ ในบริเวณใกล้เคียง

มะเร็งระยะที่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆ

  • ระยะ 3 ลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง โดยมะเร็งได้กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง​ หรือบริเวณใกล้เคียง
  • ระยะ 4 ลามไปอวัยวะข้างเคียง​ โดยมะเร็งได้กระจายไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกายที่พบบ่อยที่สุด​ คือ ตับ​ รองลงมาคือ ปอด

การที่ทราบว่ามะเร็งอยู่ในระยะไหน จะช่วยให้ทราบถึงการแพร่กระจายของโรค​ และช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดีที่สุด​

วิธีรักษาเมื่อเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ปัจจุบันนี้การผ่าตัดยังเป็นการรักษาหลักที่สำคัญที่สุด​ ส่วนการรักษาอื่น​เช่น​ การให้รังสีรักษา​ หรือยาเคมีบำบัดเป็นการรักษาเสริมเท่านั้น​ เทคนิคการผ่าตัดนี้​ เรียกว่า​ “การผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาด”

การผ่าตัดเพื่อให้หายจากโรคมะเร็ง

ถ้าผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดมาอย่างไม่ถูกต้อง​ คือตัดเนื้อมะเร็งที่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองออกไม่หมด​ โอกาสจะเกิดโรคมะเร็งซ้ำขึ้นใหม่จะสูงมาก​และโอกาสรอดชีวิตจะลดลง​

มีรายงานจากต่างประเทศว่า การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางโรคนี้จะให้ผลดีกว่า​ ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไป

เทคนิคการผ่าตัดที่ถูกต้อง คือ ศัลยแพทย์ต้องตัดลำไส้ใหญ่ห่างจากมะเร็งอย่างน้อย 5-10 ซม.​ ทั้งซ้าย-ขวา ตัดเส้นเลือดที่มาเลี้ยงลำไส้ใหญ่ สวนน้ำจากจุดตั้งต้น (origin)​ และรอบต่อมน้ําเหลืองออกไม่น้อยกว่า 12 ต่อม​

ยิ่งมากก็ยิ่งดี​เพราะมะเร็งจะลุกลามตามต่อมน้ำเหลือง แต่ถ้าเป็นมะเร็งลำไส้ในอุ้งเชิงกราน (rectum)​ ต้องผ่าตัดโดยเทคนิค total mesorectal excision (TME)

ผ่าตัดโดยเทคนิค total mesorectal excision (TME)  โดยตัดเอาลำไส้ตรงที่เป็นมะเร็งออกให้หมด

ซึ่งต้องตัดเอาลำไส้ตรงที่เป็นมะเร็งออกให้หมดและเลาะเอาเนื้อเยื่อรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองรอบๆ​ ออกจนหมด​ วิธีนี้ถ้าทำอย่างถูกต้องโอกาสเก็บหูรูดทวารหนักเอาไว้จะมีสูงมาก

ผู้ป่วยไม่ต้องถ่ายอุจจาระทางหน้าท้อง​ (colostomy)​ ตลอดชีวิต

เป้าหมายในการรักษา คือ​ “don’t​ give cancer the second chance” ซึ่งหลังผ่าตัดแล้วคนที่มีมะเร็งลุกลามออกไปต้องให้ยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

การทำคีโมหรือยาเคมีบำบัด รักษาโรคมะเร็ง

ในหน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่รักษาเฉพาะโรคทางด้านนี้เพียงอย่างเดียว ผลการรักษาที่เกิดมะเร็งซ้ำซ้อนน้อย​ และโอกาสรอดชีวิตสูงมาก​

รวมทั้งสามารถเก็บหูรูดทวารหนักไว้ได้เป็นส่วนใหญ่

การผ่าตัดให้ผลลัพธ์ดีแค่ไหน

ปกติการเป็นมะเร็ง เราไม่พูดว่าจะหายหรือไม่​ แต่จะพูดว่ามีโอกาสอยู่ได้เกิน 5 ปี​ ถ้าเป็นระยะ 1 ผ่าตัดอย่างเดียว​ มีโอกาสปลอดจากมะเร็งถึง 95% สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ถ้าไม่เคยลุกลามเลยในช่วง 5 ปี​ ถือว่าหายแล้ว 99.99%  ไม่มีโอกาสเป็นอีก

การทำคีโมให้กับผู้ป่วยมะเร็ง

ไม่เหมือนมะเร็งเต้านม​ที่แม้จะผ่านไป 10 ปี​ อยู่ดีๆ​ก็ลุกลามไปตับ​ไปปอด​ได้ดื้อๆ​เลย

มะเร็งมีโอกาสลุกลามแค่ไหน

สำหรับ 80% ของมะเร็งตับมาจากการลุกลามของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมากที่สุด​ แต่วันนี้เรามีสโลแกนสากลของ มะเร็งลำไส้ใหญ่​ คือ​ “ป้องกันได้​ รักษาหายได้ และเอาชนะได้”

มาจากประโยคที่ว่า​ “Colorectal Cancer can be Preventable Treatable and Beatable” เพราะวันนี้แม้มะเร็งจะลุกลามไปที่ตับก็มียาเคมีบำบัดใหม่ๆ​เป็นตัวช่วย​

ยาคีโมเพื่อใช้รักษาโรคมะเร็ง

ถ้าตัดก้อนมะเร็งไม่ได้​ ก็จะใช้ยาเคมีบำบัดก่อนเพื่อให้มันยุบลงจนพอตัดได้​ และหากมีการกระจายหลายๆ​จุดเล็กๆ​น้อยๆ​ ก็จะใช้รังสีร่วมรักษาที่เรียกว่า ​RFA (Radiofrequency Ablation)​

ด้วยวิธีสอดเข็มที่เรียกว่า​ RF เข้าไปที่ก้อน​ภายใต้การนำทางโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เมื่อเข็มอยู่ตรงเป้าหมาย​ ก็จะต่อวงจรเข้ากับเครื่องส่งกระแสไฟฟ้า​

กระตุ้นให้เกิดคลื่นวิทยุ​ (RF)​ เพื่อให้เกิดความร้อนทำลายก้อนมะเร็ง​ แต่ถ้ามะเร็งลุกลามไปตับสามารถผ่าตัดออกได้​ หมอก็จะตัดออกจนหมด​ ซึ่งคนเหล่านี้จะเหลือตับเพียง 1 ใน 3 ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้

การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

การลดน้ำหนักแบบกินผักเยอะๆแป้งน้อยๆ

จริงๆ​แล้วการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือ​ สุขบัญญัติ 10 ประการของไทยนี่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว​  ทั้งการกินอาหารให้ถูกสัดส่วน​ โดยเฉพาะอาหารไทย​ น้ำพริก​ ข้าว​ ผัก​ ปลา​ ในปริมาณเหมาะสม

คนไทยมีอุบายสารพัดให้คนกินผัก​ จิ้มน้ำพริกให้อร่อย​ ผัก​ ผลไม้กินมากดี​ และมีใยอาหารสูงซึ่งจะช่วยดูดซึมสารพิษต่างๆ​ ให้เข้ามาอยู่ในกากใยแล้วขับถ่ายออกไปกับอุจจาระ​

และก็ควรดื่มน้ำให้มาก​ ประเทศร้อนๆ​ แบบเมืองไทยควรดื่มน้ำสัก 2.5-3 ลิตรต่อวัน​ น้ำนี่รวมถึงของเหลวต่างๆ​ เช่น​ แกงจืด ด้วย​

การดื่มน้ำมากๆดีต่อลำไส้ใหญ่และสุขภาพ

นอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ​ คุณก็ทราบดีว่า มะเร็งลำไส้ เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเยื่อบุลำไส้ โดยมีอุจจาระมากระตุ้น​ ถ้าหลายวันถ่าย ลำไส้จะสัมผัสอยู่กับอุจจาระที่หมักหมมนาน

โอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็มากกว่าคนที่ถ่ายทุกวัน​ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ท้องผูก ควรปฏิบัติตนดังนี้

1. กินอาหารกากใยให้เพียงพอ​

ทานผักและผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

2. ดื่มน้ำเพียงพอเพราะมันต้องหล่อลื่น

3. ลำไส้ต้องบีบตัว​ ซึ่งการออกกำลังกายแบบไดนามิกช่วยได้​ คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย​ จะทราบอย่างไรว่าออกกำลังกายขนาดไหนลำไส้บีบตัว​ ให้สังเกตว่าเมื่อออกกำลังกายแล้วเราจะเรอ​ สักพักจะผายลม​ ดังนั้นการเล่นกีฬาก็จะช่วยให้ถ่ายสบายไม่ท้องผูก

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ควรทำเป็นประจำ

เมื่อทราบข้อแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันกันแล้ว​ และหากคุณมีอายุ 50 ปีแล้วยังไม่เคยได้ตรวจคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่ก็ควรเข้ารับการตรวจเสียแต่วันนี้​

อีกทั้งการพบมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในระยะเริ่มแรก​ จะช่วยให้ได้ผลการรักษาดีเยี่ยม​ อย่างไรก็ตามการได้รับการตรวจคัดกรองเสียแต่เนิ่นๆ​จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกคน​

คุ้มค่ากว่าต้องมารักษาเมื่อเป็นมากแล้วเสียทั้งเงินมหาศาลและเสี่ยงต่อชีวิต

ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยไฟโตวี่ดีท็อกซ์ลำไส้

คลอโรฟิลล์ T Chloro plus ที คลอโร พลัส ล้างสารพิษในลำไส้และเลือด ดีท็อกซ์ร่างกาย
แอดไลน์เพื่อสั่งสินค้าที่ Line ID: tisa-scm

error: do not copy content!!