FAQ, แสบหน้า-steroid

“แสบหน้า” เวลาทาครีม…เป็นเพราะอะไร?!

%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c

ทำไมเวลาทาครีมแล้ว “แสบหน้า”

หลายคนมีปัญหาเรื่องผิวหน้า โดยส่วนใหญ่จะมีคำถามว่าทำไมเวลาทาครีมหรือเจลบำรุงผิวหน้าแล้วมักจะเกิดอาการแสบร้อนบนผิวหน้า แบบนี้ถือว่าผิดปกติหรือไม่ เป็นอาการแพ้ครีมหรือไม่?

ก่อนอื่นต้องแยกออกเป็นแต่ละกรณีเสียก่อน ได้แก่ กรณีแรก คือ อาการแพ้ บางคนใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่อาจมีสารผสมบางตัวที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งทำให้สามารถอธิบายในกรณีที่ใช้เจลว่านหางจระเข้แล้วแสบหน้า

เจลว่านหางจระเข้ตามท้องตลาดผสมสารแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ทำให้แสบหน้าและแพ้ได้ง่าย

ซึ่งเจลว่านหางจระเข้ตามท้องตลาดมักจะผสมแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ทำให้ผิวหน้าบอบบางมักจะเกิดอาการแพ้ขึ้น และส่งผลให้รู้สึกแสบหน้าเวลาทาเจลว่านหางจระเข้

ดังนั้นการแก้ปัญหาในกรณีนี้ คือ ต้องสังเกตส่วนผสมของครีมหรือเจลบำรุงผิวหน้านั้นๆว่ามีสารเคมีที่ทำให้เราเกิดอาการแพ้หรือไม่ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำมัน สีผสม เป็นต้น

อาการแสบหน้าเมื่อใช้เจลหรือครีมผสมแอลกอฮอล์

กรณีที่สอง คือ ผิวหน้าติดสาร หมายถึง ผิวหน้ามีการตกค้างของสารสเตียรอยด์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมาจากครีมที่ไร้คุณภาพ โดยหลงเชื่อคำโฆษณาว่าผิวขาวใสไร้สิวได้ภายใน 3-5 วัน

ครีมพวกนี้จะไม่มีเลขจดแจ้งที่รับรองความปลอดภัยของสินค้าตามกฏหมายและมีกระบวนการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ จึงมักผสมสารสเตียรอยด์ เพื่อเร่งให้ผิวหน้าขาวใสไร้สิวอย่างรวดเร็ว แต่เกิดผลเสียและเป็นอันตรายอย่างมากต่อผู้ใช้สินค้าดังกล่าว

สำหรับบางคนที่โชคดีหน่อย ก็อาจจะโดนครีมผสมสเตียรอยด์ในปริมาณไม่มากนัก ก็ยังสามารถฟื้นฟูและรักษาผิวหน้าให้กลับมาดีอย่างเดิมได้ แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ ครีมผสมสเตียรอยด์ส่วนใหญ่จะผสมสารอันตรายพวกนี้ในปริมาณที่สูงมาก

แสบหน้าเพราะครีมผสมสเตียรอยด์ ทำให้หน้าติดสาร

หลายคนที่ใช้ครีมผสมสเตียรอยด์ซ้ำหลายครั้งและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จนทำให้ผิวหน้าเกิดการติดสารสเตียรอยด์ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผิวหน้าเป็นอย่างมาก

โดยเริ่มแรกที่ใช้ครีมผสมสเตียรอยด์ ผิวหน้าจะขาวใสและสิวจะยุบอย่างรวดเร็ว (แต่สิวเหล่านั้นจะไม่ได้หายไปไหน หากแต่ สเตียรอยด์ ไปกดสิวเอาไว้ให้อยู่ภายใต้ผิวหนัง รอวันประทุออกมา)

พอใช้ไปได้สักระยะนึง ผิวหน้าจะเกิดการดื้อสาร’สเตียรอยด์’ นั่นคือ การใช้ครีมผสมสารสเตียรอยด์ในปริมาณเดิมก็ไม่สามารถทำให้หน้าขาวใสไร้สิวได้เหมือนเดิม และเมื่อหยุดใช้ครีมดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้นจะเลวร้ายต่อผิวหน้าเป็นอย่างมาก

อาการแสบหน้า จากผิวติดสเตียรอยด์

นั่นคือ จะเกิดการประทุของสิวที่ถูกกดเอาไว้ สิวจำนวนมากมายจะถูกดันออกมา จนเห่อเต็มผิวหน้า มีลักษณะบวมแดง อุดตัน เม็ดใหญ่และเป็นหนอง(เรียกว่า สิวอุดตันขั้นรุนแรง หรือ สิวสเตียรอยด์ )

สุดท้ายใบหน้าก็จะดูแย่มากและเกิดรอยแผลเป็นจากสิวเป็นจำนวนมาก จนบางคนรับไม่ได้กับสภาพผิวหน้าที่แย่แบบนี้ จนกลับไปใช้ครีมผสมสเตียรอยด์แบบนี้อีก เพื่อรักษาสิวและกดให้สิวลงไปซ่อนภายใต้ผิวหน้าอีกครั้ง

ผิวหน้าเป็นสิว แสบหน้าและแพ้

ทำให้หลายคนเมื่อหลงกลเข้าไปใช้ครีมสเตียรอยด์แล้วไม่สามารถหลุดออกมาจากวังวนดังกล่าวได้เลย นั่นคือไม่สามารถใช้ครีมตัวอื่นได้เลย นอกจากครีมนั้นจะมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ด้วย

เพราะเมื่อใดที่ใช้ครีมตัวอื่น(ที่ไม่มีการปนเปื้อนของสารสเตียรอยด์) ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบนผิวหน้าและรู้สึกแสบหน้าเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นผิวหน้าก็จะมี สิวผุด และเห่อออกมาจำนวนมาก

ดังนั้นในกรณีที่ผิวหน้าปกติ เมื่อทาครีมบำรุงผิวหน้าหรือเจลว่านหางจระเข้แล้วจะไม่มีอาการ แสบหน้า หรือร้อนผ่าวบนผิวหน้า แต่หากเกิดอาการผิดปกติเช่นมีอาการแสบร้อนบนผิวหน้าเมื่อเปลี่ยนไปใช้ครีมอื่นที่ไม่ใช่ครีมที่ใช้ประจำ

แสบหน้าเพราะติดสารสเตียรอยด์

ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า ผิวหน้าอาจจะติดสาร ซึ่งหากรู้ตัวเร็ว การรักษาและฟื้นฟูผิวหน้าที่ติดสารสเตียรอยด์เหล่านี้ก็จะทำได้ง่ายขึ้น สิ่งแรกที่ควรทำทันทีหากผิวหน้าของเราเกิดการติดสารสเตียรอยด์แล้ว

คือเลิกใช้ครีมดังกล่าวทันที อดทนและหักห้ามใจให้มากเมื่อต้องเผชิญกับภาวะสิวเห่อเต็มหน้า (มีลักษณะเป็น สิวอุดตัน และ สิวอักเสบ ขึ้นเป็นจำนวนมาก)

ในระยะเยียวยาผิวหน้านี้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวหน้าในการทำความสะอาดหน้า(ไม่ผสมน้ำหอมและแอลอกอฮอล์ได้ยิ่งดี เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองผิวหน้า)

ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวหน้าในการทำความสะอาดหน้า

เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ มีส่วนผสมของสารเคมีน้อย เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าให้ดีขึ้น และด้วยผิวหน้าที่บางลงเพราะสเตียรอยด์ เราควรใช้ครีมกันแดดสูตรไร้น้ำมันและมีเนื้อครีมไม่เหนียวหนืดข้น เพื่อปกป้องและลดการอักเสบของผิวหน้าที่อาจจะเกิดขึ้นจากแสงแดดได้

ซึ่งเราขอแนะนำเจลว่านหางจระเข้ S Vera With Q10 ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับการฟื้นฟูผิวหน้าจากการติดสารสเตียรอยด์ เพราะเจลว่านหางจระเข้ตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์และไม่ใส่สี

เจลว่านหางจระเข้ S Vera ลดสิวฝ้า กระ วิธีลดรอยสิวที่ดีที่สุด

หากช่วงแรกๆที่ทาเจลว่านหางจระเข้แล้วเกิดอาการแสบร้อนบนผิวหน้า ให้ทาเจลในปริมาณบางๆติดต่อกันหลังล้างหน้าเช้า-เย็น เป็นระยะเวลา 3-5 วัน ผิวหน้าก็จะดีขึ้นและอาการแสบร้อนก็จะหมดไป ผิวจะนุ่ม ชุ่มชื้นและเนียนขึ้น

เจลว่านหางจระเข้ S vera ช่วยบรรเทาอาการแสบหน้าจากสเตียรอยด์
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องหยุดและเลิกใช้ครีมผสมสารสเตียรอยด์อย่างเด็ดขาด เพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยและผิวหน้าที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยสรรพคุณในการฟื้นฟูผิวหน้า ไม่ผสมแอลกอฮอล์ ไม่ใส่สี

อัดแน่นไปด้วยเนื้อว่านหางจระเข้แบบเต็มคุณภาพ ทำให้เจลว่านหางจระเข้ S Vera Gel เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาผิวติดสารสเตียรอยด์เป็นอย่างมาก

► รายละเอียดสินค้า

เจลว่านหางจระเข้ S Vera บริษัทซัคเซสมอร์ ลดสิว รอยสิว แก้ฝ้า กระ อย่างปลอดภัย

ชื่อสินค้า : เจลว่านหางจระเข้ S Vera With Q10

ปริมาณ : 75 มล./หลอด

ราคา : หลอดละ 180 บาท (สั่ง 1 หลอดมีค่าจัดส่ง 50 บาท สั่งตั้งแต่ 2 หลอดขึ้นไป จัดส่งฟรี EMS)

เจลว่านหางจระเข้ สำหรับคนผิวบอบบางแพ้ง่าย แสบหน้า

วิธีใช้เจลว่านหางจระเข้ลดสิว และฝ้ากระ s vera gel

► รับประกันสินค้าของแท้ จัดส่งถึงมือลูกค้า 100%

รีวิวจัดส่งของ เจลว่านหางจระเข้ S Vera ลดสิวฝ้ากระ

รีวิวจัดส่งสินค้า เราจัดส่งเจลว่านหางจระเข้ S Vera ถึงมือลูกค้าทุกราย

รีวิวส่งเจลว่านหางจระเข้ S Vera BodyCheer บริษัทซัคเซสมอร์

การจัดส่ง : แจ้งโอนเงิน ประมาณ 2 วันสินค้าจัดส่งถึงบ้าน (***หมายเหตุ : ไม่มีบริการเก็บเงินปลายทาง***)

การสั่งซื้อ : แอดไลน์ฐิสาได้ที่ Line ID : tisa-scm  หรือ แอดไลน์อัตโนมัติจากปุ่มข้างล่างนี้

แอดไลน์เพื่อสั่งสินค้าที่ Line ID: tisa-scm

เจลว่านหางจระเข้ลดสิว ฝ้ากระ จุดด่าง s vera gel

บทความที่น่าสนใจ

error: do not copy content!!